ข้อมูล ::
สูตรดูแลความงามอย่างง่ายๆ
ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า โดยใช้สมุนไพรจากครัวไม่ว่าจะเป็นมะนาว แตงกวา
สะระแหน่ กระวาน กานพลู เมล็ดงา เกลือ น้ำมันมะกอก พริกไทย น้ำตาล
น้ำส้มสายชู การบูร และนมเปรี้ยว
ในตอนแรกอาจจะดูวุ่นวายแต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าพึงใจ
ทั้งผิวนวลใสแบบประหยัดและยังเหมาะกับยุคอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย
ลิปบาล์มน้ำมันมะพร้าว
ส่วนผสม ขี้ผึ้งจากตัวผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ละลายขี้ผึ้งกับน้ำมันมะพร้าวในหม้อที่แช่อยู่ในกระทะน้ำร้อน
แล้วจึงใส่น้ำมันอัลมอนด์ลงไป ตีอย่างรวดเร็วให้เข้ากัน
ยกหม้อออกจากกระทะน้ำร้อน ตักใส่กระปุกแก้ว ทิ้งไว้ให้เย็น
เก็บไว้ทาริมฝีปากให้สวยใส
ครีมกุหลาบสำหรับปกป้องผิวปาก
ส่วนผสม ขี้ผึ้งจากตัวผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันอัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ละลายขี้ผึ้งกับน้ำมันมะพร้าวในหม้อที่แช่อยู่ในกระทะน้ำร้อน
ยกหม้อออกจากกระทะน้ำร้อน ใส่น้ำกุหลาบและน้ำผึ้งลงไป คนให้เข้ากัน
ตักใส่กระปุกแก้ว ทิ้งไว้ให้เย็น เก็บไว้ทาริมฝีปาก
หรือจะใช้เพียงน้ำมันมะพร้า หรือน้ำมันมะกอก
ทาปกป้องผิวปากจากความแห้งกร้านในหน้าหนาว
หรือจะลองผสมน้ำผึ้งกับน้ำกุหลาบแล้วทาริมฝีปากอย่างบางเบาก็ย่อมได้
เพื่อผิวปากอันอ่อนบาง แต่อย่าเผลอเลียหรือกลืนเสียหมดก็แล้วกัน
ตำรับผงขัดฟันให้ขาว
ส่วนผสม ผงอบเชย 2 ช้อนโต๊ะ (หรือชินนามอน)
แป้งท้าวยายหม่อมหรือแป้งรากบัว (arrowroot) 4 ช้อนโต๊ะ พริกไทยเล็กน้อย
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
เติมน้ำเล็กน้อยให้กลายเป็นแป้งเปียก อาจใช้น้ำคั้นจากใบสระระแหน่ (Mint)
ผสมแทนน้ำได้โดยปั่นใบมินต์จำนวนครึ่งถ้วยผสมน้ำเปล่า 1
ช้อนโต๊ะด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าหรือจะตำแล้วคั่นน้ำก็ได้
จากนั้นเหยาะเกลือลงไปเล็กน้อย จะได้สูตรที่เข้มข้นกว่า
เพื่อการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกเพราะผงเกลือจะช่วยขัดฟันให้ขาวขึ้น
ควรทำเพิ่มเติมจากการแปรงฟันตามปกติสัปดาห์ละครั้ง
สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกเสียวฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรงยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่าสมัยโบราณก่อนที่จะมีการใช้ยาสีฟันและแปรงสีฟัน
ผู้คนจะใช้เปลือกไม้และกิ่งอ่อนๆ จากสมุนไพรบางชนิดในการทำความสะอาดฟัน
โดยการเคี้ยวอมให้สมุนไพรอ่อนตัวลงแล้วกระจายตัวไปทำความสะอาดตามซอกฟันเพื่อช่วยขจัดคราบ
ในแถบเกาะอังกฤษจะใช้กิ่งอ่อนของต้นต่อกระดูก (Elderwood)
ในขณะที่อินเดียจะใช้ก้านต้นนีม (Neem)
ซึ่งตามตำราอายุรเวทแล้วถือว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยทำความสะอาดและขจัดสารพิษได้อย่างดี
(ปัจจุบันใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในยาสีฟันของอินเดีย)
หรือการใช้น้ำมันยูคาลิปตัสทาไปบนเหงือกเพื่อลดอาการปวดฟัน
และการใช้สำลีชุบน้ำมันการพลูอุดในรูฟันผุจะช่วยให้หายปวดฟันได้
สำหรับเด็กที่ฟันกำลังจะขึ้น
เพื่อบรรเทาอาการปวดใช้น้ำมันกานพลูผสมน้ำผึ้งทาลงไปบนเหงือก
จะช่วยบรรเทาอาการปวดหรือเจ็บฟันได้ เป็นต้น
มะนาวสำหรับฟันขาว
ส่วนผสม โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา เกลือ 1/2 ช้อนชา น้ำมะนาว
วิธีทำ มะนาวจะช่วยให้ฟันขาว
ส่วนโซดาไบคาร์บอเนตช่วยขัดฟันอย่างอ่อนโยน ผสมเข้าด้วยกัน
ใช้นวดเหงือกและถูฟันด้วยนิ้วมือ
หรือจะเทลงบนแปรงแล้วแปรงฟันให้ทั่วตามปกติก็ได้
เยื่อบุช่องปากเป็นแผล
ส่วนผสม น้ำกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ ผงบริสุทธิ์ไม้จันทน์หอม 1/2 ช้อนชา นมเย็น
1 ถ้วย
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
ใช้ดื่มก่อนนอนติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์
เพระาอาการเยื่อบุช่องปากอับเสบเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดวิตามินบี
ความเครียดและการไหลเวียนของโลหิตไม่ดี ควรรับประทานอาหารจำพวกถั่ว
มันฝรั่ง ธัญพืช และตับ ควบคู่ไปด้วยเพื่อเสริมวิตามินตามธรรมชาติ
กลิ่นปากหอมสดชื่นตำรับโบราณ
ส่วนผสม เหล้าเปปเปอร์มินต์ 5 หยด น้ำกุหลาบ 4 ช้อนชา โยเกิร์ต กระวาน
และกานพลู
วิธีทำ กลั้วคอด้วยน้ำกุหลาบละลายในถ้วยน้ำอาจจะหยดเหล้าเปปเปอร์มินต์ลงไปสัก
5 หยด จะช่วยให้หอมสดชื่นมากขึ้น
เพื่อแก้ไขกลิ่นปากหลังรับประทานอาหารที่มีกลิ่น หรืออาจเคี้ยวพวกกานพลู
ลูกกระวาน เมล็ดยี่หร่า ใบโหระพา ใบสะระแหน่ แอปเปิ้ล แครอต และแตงกวา
พืชผลไม้เหล่านี้จะช่วยในการย่อยอาหาร หากการย่อยเป็นไปได้ด้วยดี
จะรู้สึกได้ว่าลมหายใจสะอาด
ส่วนโยเกิร์ตจะช่วยให้ระบบการย่อยทำหน้าที่อย่างเป็นปกติ
เพราะแบคทีเรียและเอนไซม์ในโยเกิร์ตจะช่วยให้ระบบการย่อยทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
การดื่มน้ำชาจากกระวาน (Cardamon)
เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ลมปากในยาทเช้า
หรือจะบดเมล็ดกาแฟกับเมล็ดกระวานเข้าด้วยกันต้มเป็นกาแฟโดยไม่ใส่นมดื่มในยามเช้า
ตาปลา
ส่วนผสม โซดาไบคาร์บอเนต น้ำมันสน กระเทียม
มะเขือเทศ สับปะรด
วิธีทำ ถูกระเทียมหัวใหญ่ไปบนบริเวณที่เป็นตาปลา
หากเป็นไปได้ให้แปะชิ้นกระเทียมไว้บนตาปลาแล้วปิดทับด้วยพลาสเตอร์ก่อนเข้านอน
น้ำจากกระเทียมจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
ช่วยให้หายเร็วขึ้นหรือจะฝานชิ้นมะเขือเทศหรือสับปะรดแปะไว้ที่ตาปลา
กรดจากผลไม้จะช่วยให้ผิวนุ่มนวลขึ้น
หรือจะแช่เท้าในน้ำอุ่นผสมโซดาไบคาร์บอเนต
เช็ดให้แห้งแล้วใช้ผ้าขาวบางหรือสำลีชุบน้ำมันสนพันไว้ที่ตาปลาทิ้งไว้ข้ามคืน
บาล์มสำหรับลดตาปลา
ส่วนผสม น้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วย การบูร 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสน 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตักใส่กระปุก แช่ตู้เย็นไว้
ใช้ทาบริเวณที่เป็นตาปลาวันละ 2 ครั้ง
ส้นเท้าแห้งกร้าน
ส่วนผสม เกลือทะเล 1 กำมือ น้ำมันกานพลู 5 หยด น้ำมันคาสเตอร์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดในน้ำอุ่น แช่เท้าจนน้ำเริ่มเย็น
ใช้หินพูมิซ (Pumice) ค่อยๆ ขัดบริเวณส้นเท้าที่หยาบกร้านออก
ส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยให้ผิวนุ่มนวลขึ้น
ครีมทาเท้าจากมะพร้าวและน้ำดอกกุหลาบ
ส่วนผสม น้ำมันมะพร้าว 1/2 ถ้วย กลีเซอรีน 1 ช้อนชา
น้ำดอกกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ ใส่ขวดเขย่าให้เข้ากัน (เหมือนน้ำสลัด)
ใช้ทาเท้าแล้วสวมถุงเท้าผ้าฝ้ายทับไว้ ควรใช้ตอนกลางคืน
ทรีตเม้นต์สำหรับเท้าเจ็บเป็นแผล
ส่วนผสม โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
วิธีทำ คนให้เท่ากันแล้วทาไปบนเท้า
ตามหลักการของอายุรเวทแผนโบราณแบคทีเรียที่มีชีวิตในโยเกิรต์จะช่วยให้แผลหายเร็วและน้ำส้มสายชูก็ช่วยรักษาแผลฟกช้ำ
อาบน้ำผสมน้ำส้มสายชู
ส่วนผสม น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว
น้ำมันหอมระเหย
วิธีทำ น้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติช่วยควบคุมจุดด่างดำบนผิวมัน
ทั้งยังบำรุงเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวแห้ง ผสมน้ำส้มสายชูลงในน้ำอาบ
หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกไม้เพื่อกลบกลิ่นเปรี้ยว แล้วเติมน้ำมะนาวสัก 1
ช้อนชา จะช่วยให้สีผิวเรียบเนียนเสมอกัน
อาบน้ำแป้ง
ส่วนผสม มันฝรั่ง น้ำซาวข้าว เจล
วิธีทำ ขูดมันฝรั่งดิบแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางขัดไปตามผิวกายเวลาอาบน้ำ
หรือจะใช้น้ำซาวข้าวอาบ
เพราะน้ำซาวข้าวเมื่อเย็นตัวลงจะจับตัวกันกลายเป็นเจล
ใช้นวดไปตามผิวเหมือนสบู่ ส่วนคุณสมบัติของแป้งในมันฝรั่ง
นอกจากจะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มแล้ว
ยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและช่วยปลอบประดลมให้ผิวผ่อนคลายอีกด้วย
อาบน้ำโซดา
ส่วนผสม โซดาไบคาร์บอเนต
วิธีทำ สำหรับผู้ที่ตากแดด อยู่กลางแจ้งนานๆ ผิวโดนแดดไหม้เกรียม
เวลาอาบน้ำให้ผสมโซดาไบคาร์บอเนตซึ่งเป็นด่างลงไปในน้ำ จะช่วยปลอบประโลมผิว
ลดความปวดแสบปวดร้อนลงได้
อาบน้ำนม
ส่วนผสม นมผง
วิธีทำ
นมอุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยกระชับผิวปลอบประโลมและช่วยให้ผิวขาวนวล
ผสมน้ำนมลงในน้ำอาบ หรือใช้นมผงประมาณ 1 ถ้วยตวงใส่ในถุงผ้าแล้วค่อยๆ
ขัดไปตามผิวกาย น้ำนมจะค่อยๆ ไหลซึมออกมาเคลือบผิว
หากอาบน้ำฝักบัวให้ช่วยผสมนมผงกับน้ำจนกลายเป็นแป้งเหนียวทาไปบนผิวให้ทั่ว
ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก
อาบน้ำผสมเกลือทะเลเพื่อความสดชื่น
ส่วนผสม เกลือทะเล น้ำอุ่น
วิธีทำ
สำหรับวันอันเหนื่อยล้าให้ผสมเกลือแอปซั่มหรือเกลือทะเลลงในอ่างอาบน้ำอุ่น
จะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้
กำจัดขนด้วยแวกซ์ทำเอง
ส่วนผสม น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ สูตรมหารานีแห่งอินเดีย
ปกติขนตามเรียวขาจะงอกขึ้นมาใหม่ภายใน 6 สัปดาห์
วันเวลาที่ผ่านมาไปเมื่อแวกซ์ขนบ่อยๆ รากก็จะอ่อนแอไม่เจริญเติบโต
สำหรับสูตรแวกซ์ทำเองนี้จะมีจำนวนมากเพียงพอสำหรับขาทั้งสองข้างหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนของน้ำมะนาว
อากาศ ความชุ่มชื่นของน้ำตาลและระดับความร้อนที่ใช้
ดังนั้นควรเตรียมน้ำตาลเผื่อไว้สักเล็กน้อย ผสมส่วนผสมทั้งสองเข้าด้วยกัน
ตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยจนส่วนผสมกลายเป็นสีเหลืองทอง
ยกออกจากเตาแต่ต้องคนต่อไปเรื่อยๆ จนข้นเหนียว
มีสีสันและความหนืดดั่งน้ำผึ้ง ปล่อยให้แวกซ์เย็นลง
หากเข้มข้นมากเกินไปจนแข็งกลายเป็นคาราเมล
ให้เติมน้ำมะนาวลงไปอีกแล้วตัดผ้าฝ้ายเป็นแผ่นยาว
ใช้มีดปาดแวกซ์ทาบริเวณที่ต้องการกำจัดขนไปในทิศทางเดียวกับที่ขนขึ้น (ทาลง)
จากนั้นใช้แผ่นผ้าปิดบริเวณที่ทาให้แน่นแล้วดึงขึ้นในทิศทางที่สวนกับการทา
แรกๆ อาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยแต่ทำไปเรื่อยก็จะชิน
เปลี่ยนผ้าแถบผืนใหม่เมื่อแวกซ์ติดขนหนาหลายชั้น
สามารถใช้แวกซ์นี้บริเวณแขน ขา รักแร้ (ซึ่งอาจจะต้องให้คนใกล้ชิดช่วยทำ)
สำหรับใบหน้าควรระวังที่สุด เพราะไม่ควรดึงทึ้งผิวที่อ่อนแอและบอบบาง
ทั้งน้ำตาลและมะนาวต่างช่วยให้ผิวนุ่มเนียน การทำแวกซ์อาจทำให้เกิดขนคุดได้
ควรขัดผิวอย่างเบาๆ ด้วยหินขัดตัวระหว่างอาบน้ำจะช่วยลดขนคุดได้
แตงกวาปลอบประโลมผิวหลังตากแดด
ส่วนผสม แตงกวาบด 1 ถ้วย กลีเซอรีน 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมให้เข้ากัน แช่ไว้ในตู้เย็น
ทาบริเวณที่แดงและปวดแสบปวดร้อนปล่อยทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง
ล้างออกด้วยน้ำสะอาดส่วนผสมนี้ต้องใช้ให้หมด ไม่ควรเก็บไว้เกินหนึ่งวัน
สูตรแตงกวาทาผิวกายจากอังศนาสปา
ส่วนผสม แตงกวาปั่น(เอาน้ำออก) 1 ถ้วย โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 2
ช้อนโต๊ะ จมูกข้าวสาลี 2 ช้อนโต๊ะ เมล็ดงา 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ทาไปบนผิวกายลักษณะวนเป็นวง
เมื่อส่วนผสมใกล้แห้งให้ค่อยๆ ขัดออกอย่างอ่อนโยน
เป็นการขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอก จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
ส่วนผสมแตงกวาและโยเกิร์ต จะช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ร่างกาย
ในขณะที่เมล็ดงาและจมูกข้างสาลีจะช่วยขัดผิวอย่างอ่อนโยนเฉพาะสำหรับผู้ที่ผิวธรรมดาถึงผิวมัน
(ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ข้าวสาลี)(www.angsanaspa.com)
สครับขัดผิวทำได้ง่ายๆ
ส่วนผสม น้ำมันมะกอกอุ่น 1/2 ถ้วย เกลือทะเล 1/2 ถ้วย
วิธีทำ ชโลมผิวให้เปียก
ใช้มือทาน้ำมันมะกอกให้ทั่วแล้วใช้เกลือถูให้ส่วนผสมทั้งสองเข้ากันบนผิวอย่างเบาๆ
ในลักษณะวนเป็นวง หรือจะใช้แปรงขัดผิวให้ทั่วก็ได้แล้วนวดให้ทั่วอีก 10
นาที จากนั้นล้างออก เช็ดผิวให้แห้ง
ขัดผิวตำรับดั้งเดิม
ส่วนผสม ผงขมิ้น 1 หยิบมือ นม 2 ช้อนชา แป้งถั่วปากเหยี่ยว (Chickpea)
หรือแป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวสาลี แป้งถั่วฝักยาว
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วใช้ถูตัวแทนสบู่
แป้งถั่วปากเหยี่ยวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าได้เป็นอย่างดี (หากแพ้ข้าวสาลีและแป้งถั่วให้ใช้แป้งข้าวเจ้าแทน)
ส่วนผงขมิ้นเป็นส่วนผสมที่ช่วยในการทำความสะอาดเชื้อโรคตามะรรมชาติ
ส่วนนมจะช่วยให้ผิวนวลเนียนกระชับตึง
ผลไม้ขัดผิว
ส่วนผสม สับปะรด มะละกอ
มะม่วง องุ่น ส้ม พีช สตรอว์เบอร์รี่
วิธีทำ นวดตัวด้วยชิ้นผลไม้อย่าง สับปะรด มะละกอ มะม่วง องุ่น
หรือจะเป็นพวก ส้ม พีช สตรอว์เบอร์
สำหรับสตรอว์เบอร์จะช่วยลดอาการผื่นคันและปรับสมดุลความมันผิวได้ด้วย
น้ำกุหลาบปลอบประโลมผิว
ส่วนผสม น้ำมันมะกอก 2
ช้อนโต๊ะ กลีเซอรีน 2 ช้อนโต๊ะ วิซเฮเซล 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในขวด เขย่าให้เข้ากัน แช่ตู้เย็น
ใช้ทาผิวที่ไหม้เกรียม จะช่วยบรรเทาให้ผิวอ่อนบางและเรียบเนียนขึ้น
โพสโดย
::
MR.HEALTH |