ช่วยกันคลิกปอนเซอร์ของเราด้วยนะครับ

HOME

CM FASHION 

CM CLIP BOY

CM BOARD

ิดต่อโฆษณา

 

CMGUY  LIFE STYLE

หัวข้อ :: อีก 23 ปี น้ำแข็งขั้วโลกละลายเกลี้ยง หมอเตือนระวังสัตว์แพร่โรคร้าย
 
ที่มา ::ผู้จัดการออนไลน์
 
ข้อมูล ::

       นักวิชาการเผยป้องกันโลกร้อนอาจสายเกินแก้ ทั่วโลกต้องลดปล่อยคาร์บอนฯ 85% คาดปี 2030 หรือ 23 ปีข้างหน้า น้ำแข็งขั้วโลกละลายหมดเกลี้ยง ขณะที่โรคระบาดรุนแรงและรวดเร็วทั่วโลก ระวังยุง หนู ค้างคาว เป็นพาหะโรค ยุงกัดตัวเดียวอาจเป็นโรคไข้สมองอักเสบ หรือค้างคาวแค่ข่วน สัมผัสน้ำลายก็ติดเชื้อ หากถูกกัดอาจถึงขั้นเสียชีวิต
       
       วันนี้ (31 ส.ค.) ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2550 มีการอภิปรายเรื่อง “ภาวะโลกร้อนกับประเทศไทย : An Inconvenient Tuth จริงหรือ?” โดย ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วิธีรับมือกับภาวะโลกร้อน มี 3 ทาง คือ การป้องกัน การเตรียมรับและการปรับตัว แต่ขณะนี้การป้องกันอาจสายเกินไปแล้ว เพราะต้องตื่นตัวตั้งแต่ 15 ปีก่อน โดยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยในช่วง 200 ปีที่ผ่านมามีเพียง 240 ส่วนจากล้านส่วน แต่ปีนี้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 383 ส่วนต่อล้านส่วน ส่งผลให้อุณหภูมิในโลกเพิ่มขึ้น 6 องศาเซลเซียส
       
       ดังนั้น ในขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กลัวว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเป็น 400 ส่วน ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2-3 องศา ซึ่งจะทำให้ให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย จนระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างน้อย 5-15 เมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายหมดภายในปี ค.ศ.2030 หรืออีกเพียง 23 ปีข้างหน้า
       
       “วิธีที่จะช่วยยืดเวลาการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 85 แต่ปัญหาสำคัญคือ ไม่สามารถลดปริมาณการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำเหมือนกันทั่วโลก คนใดคนหนึ่งไม่สามารถทำโดยลำพังได้ ถ้าไทยลด แต่สหรัฐฯ ไม่ลดก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีที่จะช่วยลดโลกร้อนได้คือการเกิดการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้โลกเย็นลง 2-3 ปี"
       
       “สำหรับสาเหตุที่เกิดจากโลกร้อนมี 2 ประการหลัก คือ มาจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ภาคขนส่งและอุตสาหกรรม และประการที่ 2 คือ การเกิดไฟป่า ซึ่งในระยะหลังไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เป็นฝีมือมนุษย์ ที่เผาป่าเพื่อตัดต้นไม้ และหาของป่า เช่น หาผักหวาน น้ำผึ้งป่า ซึ่งไม่คุ้มกับสิ่งแวดล้อม”
ผศ.ดร.จิรพลกล่าว
       
       ด้าน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การระบาดของโรคที่มีสัตว์เป็นพาหะจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยสัตว์ซึ่งเป็นแหล่งรังโรค เช่น ยุง ค้างคาว หนู พบว่ามีเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น คนที่ถูกยุงกัดเพียง 1 ตัวก็สามารถทำให้เกิดไข้สมองอักเสบได้ ส่วนค้างคาว มีเชื้อไวรัสของโรคต่างๆ ถึง 60 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้มีเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงมาก เพียงแค่ข่วนหรือสัมผัสน้ำลายก็ติดเชื้อ แต่หากถูกกัดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ทันที
       
       อย่างไรก็ตาม กระบวนการของไวรัสที่ผ่านจากสัตว์ไปสัตว์ตัวอื่นจะเกิดการกลายพันธุ์ และมีความรุนแรงของโรคมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการระบาดของโรคต่างๆ ในคนได้ด้วย ในอนาคตจึงจำเป็นต้องมีระบบการเตือนภัยก่อนที่จะเกิดโรคระบาด

 

 

โพสโดย :: MR.HEALTH

 

 

 

 

CMGUY | Powered by Chiang Mai Gay
© 2001-2005, CMGUYMaster All Rights Reserved