|
ข้อมูล ::
ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงแถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย

การเกิดแผลในกระเพาะอาหารเป็นความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่พบโดยทั่วไป
และได้รับความสนใจศึกษาทั้งจากแพทย์และนักวิจัย
อาการของโรคนี้แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ผู้ป่วยได้รับความทรมาน
และมีโอกาสกลับมาเป็นโรคนี้ใหม่ได้อีก ในปัจจุบัน
แม้ว่าจะมียาหลายชนิดที่ใช้ป้องกันและรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารได้
แต่ยาเหล่านี้กลับก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยในกรณีที่ใช้มาก อาทิ
เกิดผลต่อตับหรืออวัยวะในร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากการใช้พืชสมุนไพรในการรักษา
ในการประชุมวิชาการประจำปี การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 4
ที่จัดโดยกรมพัฒนาแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
และองค์กรภาคี ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-31 สิงหาคม 2550
อาจารย์สิรดา ศรีหิรัญ ภาควิชาสัตววิทยา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ
ได้นำงานวิจัยซึ่งนำสารที่สกัดจากหัวปลีด้วยแอลกอฮอล์มาใช้ทดสอบความสามารถในการป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวในโมเดลที่ถูกชักนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
จากเอทานอล อินโดเมทาซีน และความเครียด
ซึ่งเป็น 3 ปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารในคน เช่น
คนที่ดื่มสุรา (เอทานอล) จำนวนมาก และเป็นประจำ หรือคนที่กินยาแก้ปวด
อินโดเมทาซีน หรือกลุ่มยาแก้อักเสบ เช่น เพนนิซิลิน
ซึ่งกัดกระเพาะอาหารจนเกิดเป็นแผลได้ หรือความเครียด
ผลการวิจัย
พบว่าการใช้สารสกัดจากหัวปลีสามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้มากถึง
47.88-87.63% โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกิดแผลในกระเพาะอาหารโดยเอทานอลจากการดื่มสุราอยู่เป็นประจำ
เป็นการยืนยันภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้หัวปลีในการรักษา
และป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้จริง ซึ่งกล้วยและหัวปลี
เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้สมุนไพรที่มีอยู่มากมายในประเทศที่สามารถใช้รักษา
และป้องกันโรคได้ โดยไม่เกิดผลข้างเคียง และยังเป็นประโยชน์
ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย
โพสโดย
::
MR.HEALTH |