|
ข้อมูล ::
ดิฉันมีสิวอักเสบมาก
คุณหมอบอกว่าเป็นโรคสิวหัวช้าง แนะนำให้รับประทานยาลดสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ
ซึ่งคุณหมอบอกว่ายาตัวนี้ถ้าตั้งครรภ์จะทำให้เด็กพิการ
ดิฉันรับประทานยาวันละ 20 มิลลิกรัม ต่อเนื่องกันมานาน 7 เดือนแล้ว
คุณหมอบอกว่าอาจต้องรับประทานต่ออีกเป็นปี
เมื่อเดือนที่แล้วที่บริษัทมีการตรวจร่างกายประจำปี
แพทย์ของบริษัทบอกว่าดิฉันมีค่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ
ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานยารักษาสิวก็ได้
อยากเรียนถามว่ารายละเอียดเรื่องนี้เป็นอย่างไร
รจนา / กรุงเทพ ฯ
คำถามของคุณรจนานั้น หมอคาดว่ายาที่คุณรจนารับประทานเพื่อรักษาสิว
คือยากลุ่มกรดวิตามินเอ ซึ่งมีชื่อเคมีคือ isotretinoin
มีชื่อทางการค้าที่ขายในประเทศไทยคือ Roaccutane , Acnotin และ Isotane
เป็นยารักษาสิวที่ใช้รักษาโรคสิวหัวช้าง สิวที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ
สิวอักเสบเรื้อรังที่ทำให้จมูกผิดรูปร่าง สิวที่ทำให้เกิดแผลเป็นมากๆ
และสิวในผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวลเกินเหตุ
ยารักษาสิวตัวนี้จะทำให้เด็กในครรภ์พิการ
ผู้ที่ได้รับยาจึงต้องคุมกำเนิดก่อนรับประทานยานาน 1 เดือน
และคุมกำเนิดระหว่างรับประทานยา ต้องหยุดยาล่วงหน้า 1
เดือนถึงจะตั้งครรภ์ได้ ต้องไม่บริจาคเลือดระหว่างรับประทานยาตัวนี้
ยาตัวนี้ต้องรับประทานต่อเนื่องกันนาน คือต้องรับยาจนได้ขนาดยาสะสมที่ 120
มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น ถ้าคุณรจนาหนัก 50 กิโลกรัม
ก็ต้องทานยาจนได้ยาสะสมเท่ากับ 120 X 50 คือ 6,000 มิลลิกรัมนั่นเอง
ถ้าทานวันละ 20 มิลลิกรัม ก็ต้องรับประทานต่อเนื่องกันนาน 300 วัน
ยาตัวนี้ทำให้ริมฝีปากแห้ง ตาแห้ง ผิวแห้ง บางคนอาจมีเลือดกำเดาไหล
ในบางรายอาจทำให้ตับอักเสบได้จริง และอาจทำให้มีไขมันในเลือดสูง
พบว่ายารักษาโรคผิวหนังหลายตัวมีผลเสียต่อตับ
จึงต้องควรระมัดระวังไม่ใช้ยาเหล่านี้โดยไม่จำเป็น
หรือต้องคอยตรวจการเปลี่ยนแปลงทางห้องปฏิบัติการของตับอยู่เสมอ เช่น
- ยา methotrexate ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน
อาจทำให้ตับแข็งได้
-
ยากลุ่มกรดวิตามินเอที่ใช้รักษาโรคสิวและโรคสะเก็ดเงิน
อาจมีพิษต่อตับและทำให้มีค่า เอนไซม์ตับสูงขึ้นได้
ดังเช่นที่คุณรจนาถามมา
- ยา minocycline
ที่ใช้รักษาโรคสิวอาจทำให้ตับอักเสบได้
- ยา griseofulvin , ketoconazole , terbinafine
ที่รักษาการติดเชื้อราและยีสต์ของผิวหนัง อาจมีพิษต่อตับได้
โพสโดย
::
MR.HEALTH |
|