ข้อมูล ::
ชื่อของคุณหมอที่วัยรุ่นกรี๊ดกร๊าดที่สุดในตอนนี้
เห็นทีจะไม่มีใครเกิน คุณหมอโอ๊ค-น.พ.สมิทธิ์ อารยะสกุล
คุณหมอที่ดังเป็นพลุจากการจับไมค์ ไม่ใช่จับเข็ม...
หน้าตาที่หล่อใส เสียงเพลงที่โดนใจ อาทิ ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง,
แค่วูบเดียวในคืนเหงา ทำให้เขาดังกระหึ่ม จนกระทั่งเนื้อหอมเอามากๆ
ถึงขนาดอาจเห็นภาพของหมอโอ๊คไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ในหลายสินค้า
แต่ความสามารถของเขาไม่ได้มีเพียงแค่นั้น
ในด้านวิชาชีพหมอที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมา หมอโอ๊คไม่เคยทิ้ง...
ฝีไม้ลายมือในฐานะของแพทย์ผิวหนัง ดีกรีระดับแพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ
1) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นั้นไม่เบา... มีคนไข้ติดตรึม และแห่มารักษากับหมอวัย 26 คนนี้
ทั้งที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, Siam Dermatik"s Clinic
ตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬาฯ, ศูนย์ผิวหนัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ในเช้าวันสบายๆ D-life นัดคุยกับหมอโอ๊ค
เพื่อพูดคุยกับเกี่ยวกับมุมคิดในเรื่องของคอลลาเจนที่กำลังอินสุดๆ ในตอนนี้
"ก่อนอื่นต้องรู้จักก่อนว่า คอลลาเจนคืออะไร
ซึ่งก็คือสารอย่างหนึ่งที่อยู่ในผิวหนังชั้นหนังแท้ ทีนี้ผิวหนังจะดูสดใส
หรือตึง เกิดริ้วรอย ก็เกิดจากตัวหนังแท้ข้างล่างนี่แหละ
ถ้าเกิดเสื่อมโทรมและโดนทำลาย อายุมากขึ้น แสงแดด
ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอลลาเจนแตกสลายออกไป
ก็ทำให้ผิวที่เคยตึงหรือเต็มตลอดเวลาก็แฟบลง ผิวหนังของคนที่อายุมากขึ้น
ก็เลยเหี่ยวลง ดูไม่มีชีวิตชีวา เพราะความตึงจากข้างล่างมันหมดไป"
แล้วเราจะทำอย่างไรให้คอลลาเจนคงอยู่...
อันนี้ผมขอแบ่งเป็นการรักษากับการป้องกันก็แล้วกัน
"การป้องกัน-ปัจจัยแรกที่สำคัญมากๆ คือแสงแดด ผมจะพูดเสมอว่า
ต้องรู้จักป้องกันด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด
คุณจะทำการรักษาอะไรที่แอดวานซ์มาก เทคโนโลยีใหม่แค่ไหน
แต่ถ้าไม่ป้องกันแสงแดด ทุกอย่างที่ทำก็สูญเปล่า แล้วก็เรื่องอาหารก็สำคัญ
เพราะร่างกายของเราที่แข็งแรงจะมีระบบกำจัดสารพิษอย่างสารต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
เพราะฉะนั้นพวกวิตามินต่างๆ ต้องทานให้ครบถ้วน ของเสียก็จะโดนกำจัด
จะทำให้ไม่มีอะไรที่เป็นพิษไปทำลายผิวหนังของเรา ส่วนวิธีรักษา-อันนี้ยอดฮิตเลยตอนนี้
มีหลายอย่าง ทุกคนก็สนใจ มีทั้งการใช้เลเซอร์
สำหรับผิวหนังที่เกี่ยวกับคอลลาเจน เรียกว่า รีจูวิเนชั่นเลเซอร์"
"มีอีกอย่างคือ ทา แต่ความที่คอลลาเจนนี่ส่วนใหญ่โมเลกุลใหญ่
จะทำหน้าที่เคลือบผิวมากกว่าทำให้ผิวชุ่มชื้น จะดูดีขึ้น แต่ไม่ได้แทรกลงไป
แต่สารที่ทานแล้วกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนได้จริงๆ กลายเป็นกลุ่มวิตามินเอ
เป็นตัวที่ทาแล้วกระตุ้น เขาเรียกว่า เรตินอล
เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์จะใส่
แต่อาจจะน้อยเพราะไม่งั้นมีปัญหาเรื่องการวางขายที่ต้องตีเป็นยา"
...แล้วก็มีในรูปของการรับประทาน อันนี้ได้ผลในงานวิจัยน้อยมาก
เราไม่ได้เอามารักษาในลักษณะคนไข้ แต่เอามาใช้ในลักษณะอาหารเสริม
เพราะฉะนั้นไม่มีบทพิสูจน์ว่าทานแล้วจะปรากฏบนผิวหนัง แต่ถามว่าทานได้ไหม
ทานได้ !
"ผมมองว่าถ้าผู้บริโภคสังเกตดีๆ จะเห็นว่า
ทางโฆษณาจะไม่ได้บอกสรรพคุณชัดเจนว่า ทานเพื่อให้ผิวของท่านดีขึ้น
เขาจะบอกแค่การพรีเซนต์ด้วยความสดใสจากพรีเซ็นเตอร์มากกว่า คงไม่ได้ผลแบบยา
เพราะฉะนั้นก็ต้องทานแบบมีสติ บางคนจะไปซีเรียสกับมันมาก
ทุกอย่างต้องใส่หมด จริงๆ มันก็ไม่ได้ผลขนาดนั้น"
หมอโอ๊คบอกว่า ในขณะที่เขาทำหน้าที่แพทย์ผิวหนังนั้น
มีคนไข้มาถามและขอคำแนะนำเรื่องคอลลาเจนอยู่เรื่อยๆ
เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นเยอะมากจนคนสงสัยว่า ใช้แล้วได้ผล
ไม่ได้ผลอย่างไร
นี่แหละความสนุกในอีกบทบาทหนึ่งของหมอโอ๊คที่เขาอธิบายให้ฟังว่า
"การเป็นแพทย์ผิวหนังนี่ต้องอัพเดตรายเดือน เหมือนอ่านแมกาซีนเลย
เพราะจะมีแค็ตตาล็อกเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้เลือก นอกจากคอลลาเจนแล้ว เชื่อไหมเดี๋ยวนี้ยังมีสารเติมเต็มอื่นๆ
อีก แบ่งเป็นรุ่นด้วยนะ มีตั้งแต่รุ่นเติมร่องเล็ก เติมหางตา
ขึ้นกับการปรับโมเลกุล วิธีฉีด และเทคนิค แต่พวกนี้จะไม่อยู่แบบถาวร
หรือพวกไฮยาลูลอนิก อันนี้ก็นิยม มีหลายยี่ห้อ
หรือสารสังเคราะห์อย่างโพลีแอนติลาไมก็ใช่"
ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำเทรนด์ด้านนี้
หมอโอ๊คยกให้อเมริกาและเกาหลีที่ไวมากๆ
นอกจากนี้ก็มีฝรั่งเศสที่เก่งในเรื่องของการฉีดยาใต้ผิวหนัง "เมโสเทอราปี"
"ในฐานะของแพทย์คงต้องเรียนรู้อีกเยอะ
ตอนนี้สิ่งที่เราพยายามทำกันในวงการแพทย์ก็คือ
ลดการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศด้วยการทำงานวิจัยของเราออกมาใช้
แพทย์ทุกคนพยายามร่วมมือกันเพื่อพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด
ประเทศจะได้ไม่เสียดุล"
สำหรับตอนนี้ หมอโอ๊คบอกว่า เป็นช่วงแห่งการเหนื่อยหนัก เป็นวัยทำงาน
ที่เขาเองก็ต้องจัดสรรเวลาให้ลงตัวที่สุด ทั้งงานด้านศิลปินและแพทย์ผิวหนัง
ที่นับวันจะไม่ได้มีแต่แฟนคลับที่เพิ่มขึ้น
แต่คนไข้ผิวหนังก็เพิ่มขึ้นอย่างนับไม่ถ้วนด้วยเช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
โพสโดย
::
MR.HEALTH |
|