|
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
|
|
|
 |
นักวิจัยมหิดลศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย
หวังนำมาใช้ทดแทนปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดจากโลก
เผยหากผลิตได้จะคุ้มทุนอย่างมาก
และยังส่งขายต่างประเทศได้ด้วย
เพราะใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลผลิตมาก
ทั้งยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศได้อีกด้วย
ไบโอดีเซลกำลังเป็นที่ต้องการในฐานะพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิลที่กำลังจะหมดไป
นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ต่างก็มุ่งความสนใจไปที่พืชพลังงาน
ขณะที่นักวิจัยส่วนหนึ่งเล็งเห็นน้ำมันมากมายในสาหร่าย
สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเซลล์เดียวที่สามารถให้น้ำมันมหาศาลได้เมื่อเพาะเลี้ยงในพื้นที่และระยะเวลาเท่ากับพืชน้ำมันอื่นๆ
นักวิจัยส่วนใหญ่มักจะมุ่งไปที่พืชน้ำมันต่างๆ
โดยเฉพาะปาล์มและสบู่ดำ
ขณะที่สาหร่ายก็มีน้ำมันเช่นกันแต่ยังไม่ค่อยมีใครสนใจ
ซึ่งบางชนิดให้น้ำมันสูงถึง 50% ของเซลล์เลยทีเดียว
รศ.ดร.ประหยัด โภคฐิติยุกต์ อาจารย์และนักวิจัย
ภาควิชาชีววิทยา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้แจง
รศ.ดร.ประหยัด อธิบายว่า
สภาพแวดล้อมในประเทศไทยเหมาะแก่การเพาะเลี้ยงสาหร่ายอย่างยิ่ง
สาหร่ายใช้เวลาเลี้ยงเพียง 24 ชั่วโมง ก็โตแล้ว
ขณะที่พืชพลังงานต้องใช้เวลาเพาะปลูกนานถึง 6-7 ปี
ถึงจะให้น้ำมันได้
หากเลี้ยงสาหร่ายในบ่อพื้นที่ขนาดเท่ากับพื้นที่ปลูกสบู่ดำ
1 ต้น เป็นเวลา 7 ปี สบู่ดำจะให้น้ำมัน 25%
แต่จะได้น้ำมันจากสาหร่ายมากถึง 1,000%
และอาจเพียงพอกระทั่งผลิตส่งออกต่างประเทศได้
ทั้งนี้ รศ.ดร.ประหยัด
อยู่ระหว่างศึกษาการเพาะเลี้ยงและสกัดน้ำมันจากสาหร่าย
โดยได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
เพื่อผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่ายเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันปิโตรเลียมที่เหลือพอใช้ได้อีกไม่กี่สิบปี
สาหร่ายที่นำมาศึกษาเป็นสาหร่ายสีเขียว 3 ชนิด
ซึ่งให้น้ำมันประมาณ 20-30%
ขณะที่สาหร่ายทั่วไปจะให้น้ำมันเฉลี่ยราว 7-14%
และสาหร่ายที่โตเร็วก็มักจะให้น้ำมันน้อยกว่าสาหร่ายที่โตช้ากว่า
ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวิจัย
ได้เพาะเลี้ยงสาหร่ายในห้องทดลองอยู่เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับเพาะเลี้ยงให้สาหร่ายโตเร็วพร้อมทั้งให้น้ำมันมาก
แล้วจึงขยายลงสู่บ่อเพาะเลี้ยงต่อไป"
"คาดว่าน่าจะผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่ายและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงในอีก
2-3 ปีข้างหน้า รศ.ดร.ประหยัด
กล่าวถึงงานวิจัยของเขา
และบอกด้วยว่าในสหรัฐฯสามารถผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่ายและใช้กับเครื่องยนต์ได้แล้ว
แต่ยังไม่ได้ผลิตเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ รศ.ดร.ประหยัด
ยังตั้งเป้าขยายงานวิจัยเพาะเลี้ยงสาหร่ายเพื่อผลิตไบโอดีเซล
ในขณะเดียวกันก็จะใช้สาหร่ายเหล่านี้บรรเทาภาวะโลกร้อนด้วย
โดยใช้เป็นตัวกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
สาหร่ายต้องการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงอยู่แล้ว
เมื่อเราต้องเพาะเลี้ยงสาหร่ายจำนวนมาก
ก็ต้องการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้สาหร่ายปริมาณมากด้วยเช่นกัน
อาจดักก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้
ซึ่งเป็นวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน
รศ.ดร.ประหยัด อธิบายในตอนท้าย
|
|
|