ช่วยกันคลิกปอนเซอร์ของเราด้วยนะครับ

HOME

CM FASHION 

CM CLIP BOY

CM BOARD

ิดต่อโฆษณา

 

CMGUY  LIFE STYLE

หัวข้อ :: นักเคมีฟิสิกส์ผู้สร้าง "ปุ๋ยเคมีจากอากาศ" รับโนเบลเป็นของขวัญวันเกิด
ที่มา :: ผู้จัดการออนไลน์
 
ข้อมูล ::
ทันที่รู้ผลรางวัลโนเบลสาขาเคมี สื่อมวลชนจากหลากหลายสำนักพิมพ์ต่างเดินทางมาสัมภาษณ์และถ่ายภาพ แกร์ฮาร์ด แอร์ตัล (Gerhard Ertl) นักเคมีฟิสิกส์ชาวเยอรมัน กันถึงที่ทำงานของเขาในกรุงเบอร์ลิน


 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รางวัลโนเบลเป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ 71 ปี ที่แกร์ฮาร์ด แอร์ตัล ภูมิใจมากที่สุด


 

แกร์ฮาร์ด แอร์ตัล รับโทรศัพท์แสดงความยินดีที่มาพร้อมคำอวยพรวันเกิดจากเพื่อนนักวิทยาศาสตร์


 

เอเยนซี/โนเบล – นักเคมีฟิสิกส์ชาวเยอรมันได้รับรางวัลโนเบลเคมี หลังสร้างระเบียบวิธีทางเคมีบนพื้นผิวของแข็ง จนอธิบายการถูกทำลายของชั้นโอโซน ตลอดจนพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง และยังผลิต “ปุ๋ยเคมี” ที่ใช้กันทั่วโลก รวมถึงการเปลี่ยนควันจากท่อไอเสียรถให้มีมลพิษลดลง ทั้งหมดนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลเกียรติยศแห่งวงการวิทยาศาสตร์เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 71
       
       การประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาที่ 3 ทางวิทยาศาสตร์ประจำปีนี้ ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับความสำเร็จที่สามารถนำไปพัฒนาวงการอุตสาหกรรม โดยเมื่อวันที่ 10 ต.ค.50 ราชบัณฑิตยสภาทางด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดนประกาศให้ แกร์ฮาร์ด แอร์ตัล (Gerhard Ertl) นักเคมีฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2550 จากผลงานการศึกษากระบวนการเคมีบนพื้นผิวของแข็ง (surface chemistry)
       
       คณะกรรมการระบุว่า แอร์ตัล ประสบความสำเร็จในการอธิบายรายละเอียดของปฏิกิริยาเคมีที่เกิดบนพื้นผิว จนกลายเป็นพื้นฐานแห่งศาสตร์เคมีพื้นผิวสมัยใหม่ ที่สำคัญระเบียบวิธีที่เขาสร้างขึ้นมาสามารถใช้ได้ทั้งในงานวิจัยและในการพัฒนาอุตสาหกรรมของกระบวนการเคมี
       
       เขาศึกษาว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่ออะตอมแต่ละชั้น และโมเลกุลกระทบเข้ากับพื้นผิว ได้สำเร็จเมื่อ 30 ปีก่อน โดยนำไปอธิบายการทำงานของสารกึ่งตัวนำ (semi-conductor) และการเกิดสนิมบนพื้นผิวเหล็ก
       

       ทั้งนี้ ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) อธิบายเพิ่มเติมว่าการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีบนพื้นผิวทำให้ได้คุณสมบัติของพื้นผิวบนวัสดุตามต้องการนำไปใช้ประโยชน์
       
       "ปฏิกิริยาบนพื้นผิวเกิดขึ้น 2 แบบคือ ปฏิกิริยาแบบเพิ่มออกซิเจนซึ่งทำให้เกิดสนิม และปฏิกิริยาแบบลดออกซิเจนให้เกิดความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาเคมีและทำให้มีการไหลของกระแสไฟฟ้า ซึ่งนำไปใช้กับเซลล์เชื้อเพลิงได้" ผอ.เอ็มเทคอธิบาย
       
       หลักการของเขา ยังสามารถนำไปอธิบายการทำงานของเซลล์เชื้อเพลิงว่าสามารถผลิตพลังงานออกมาได้อย่างไร ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากไฮโดรเจนและออกซิเจน โดยได้ของเสียเป็นเพียงน้ำและความร้อนไม่ทำให้เกิดมลพิษ
       
       อีกทั้ง เขายังศึกษาการออกซิเดชัน (การรวมตัวกันของออกซิเจนเข้ากับสารอย่างหนึ่ง) ของคาร์บอนมอนอกไซด์บนแพลตินัม ปฏิกิริยาดังกล่าวทำให้เกิดเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยเปลี่ยนควันจากท่อไอเสียรถยนต์ให้สะอาดขึ้นก่อนปล่อยออกมา จากแนวคิดนี้ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกพยายามพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
       
       อย่างไรก็ดี คณะกรรมการยังยกย่องผลการศึกษาของแอร์ตัล ที่สามารถผลิตปุ๋ยเคมีจากการแยกไนโตรเจนออกจากอากาศโดยใช้เหล็กเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา นับเป็นผลผลิตที่มีนัยสำคัญและสร้างมูลค่ามหาศาลให้แก่ระบบเศรษฐกิจ
       

       นอกจากนี้ เคมีพื้นผิวยังนำไปอธิบายการทำลายชั้นโอโซนอย่างเป็นขั้นตอน โดยระบุว่า การสูญเสียชั้นโอโซนเริ่มขึ้นบนพื้นผิวของผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กในชั้นสตารโตสเฟียร์
       
       แม้ว่า ดร.แอร์ตัลจะล่วงเลยวัยเกษียณแล้ว แต่เขาก็ยังคงทำงานหนักที่อยู่สถาบัน เมื่อทราบข่าวว่าเขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในโอกาสวันเกิดครบรอบปีที่ 71 พอดิบพอดี ก็สร้างความยินดีจนพูดไม่ออก
       

       "ผมรู้สึกภูมิใจมาก และไม่สามารถพูดอะไรได้ ผมหวังว่าจะได้รางวัล แต่ก็รู้เพียงแค่ว่าได้รับการเสนอชื่อ"
       
       ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศเยอรมนีให้การสนับสนุนวิทยาศาสตร์และงานวิจัยอย่างเข้มข้น ดังนั้นแอร์ตัลจึงไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานวิจัยเลยแม้แต่น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาแล้ว รัฐบาลเยอรมันไม่เคยปล่อยให้นักวิจัยขาดแคลนทุนในการศึกษาศาสตร์ต่างๆ
       
       ดร.แอร์ตัล เกิดวันที่ 10 ต.ค.ปี 2479 จบปริญญาเอกเคมีฟิสิกส์ในปี 2508 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิวนิก และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณสาขาเคมีเชิงฟิสิกส์ ของสถาบันฟริตซ์-ฮาเบอร์ ศูนย์การวิจัยแม็กซ์-แพลงก์ (Fritz-Haber-Institut der Max-Planck-Gesellschaft) ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
       
       อย่างไรก็ดี รศ.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองคณบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าที่ ผอ.เอ็มเทค แสดงคามเห็นว่า ศาสตร์ของวิทยาศาสตร์พื้นผิวมีความสำคัญ เพราะนำไปประยุกต์ใช้กับวัสดุในหลายด้าน ซึ่งหากไม่มีศาสตร์นี้แล้วคงทำให้การพัฒนาของวงการวัสดุเป็นไปอย่างต้วมเตี้ยม และไม่มีความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งในพื้นฐานต่างๆ เช่น พื้นฐานการทำงานของวัสดุกึ่งตัวนำหรือเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น
 

โพสโดย :: MR.HEALTH

 

 

 

 

CMGUY | Powered by Chiang Mai Gay
© 2001-2005, CMGUYMaster All Rights Reserved