ช่วยกันคลิกปอนเซอร์ของเราด้วยนะครับ

HOME

CM FASHION 

CM CLIP BOY

CM BOARD

ิดต่อโฆษณา

 

CMGUY  LIFE STYLE

หัวข้อ :: เผยเหตุทำคนไทยอ้วน ยี้ผัก-หม่ำฟาสต์ฟูด
ที่มา :: ผู้จัดการออนไลน์
 
ข้อมูล ::  
คนไทยยี้ผักต้นเหตุทำอ้วน

       สวรส.เผยผลสำรวจพบคนไทยบริโภคผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ประชาชนส่วนใหญ่หันมาบริโภคอาหารฟาสต์ฟูด น้ำหวาน ไอศกรีมมากขึ้นโดยเฉพาะสังคมเมือง เผยพฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อมากขึ้น อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แนะประชาชนหันมารับประทานผักผลไม้ในทุกมื้อของอาหาร ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
       
       ปัจจุบันคนไทยใช้ชีวิตด้วยความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเขตกรุงเทพมหานคร หรือตามภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะประชาชนวัยทำงานที่มักนิยมบริโภคอาหารฟาสต์ฟูด โดยพบว่าในแต่ละปีร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟูตมีการขยายตัวมากขึ้นนำไปสู่วัฒนธรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อน รวมทั้งการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดภาวะโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
       
       รศ.นพ.วิชัย เอกพลากร ผู้อำนวยการสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (สสท.) ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายและสัมภาษณ์ในจำนวนผู้ชาย และผู้หญิงอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ พบว่า ผู้ชายบริโภคผักและผลไม้โดยเฉลี่ย 268 กรัมต่อวัน และผู้หญิงบริโภคโดยเฉลี่ย 283 กรัม และเมื่อสำรวจต่อไปยังพบว่ายิ่งอายุมากขึ้นกลับมีระดับการบริโภคผักและผลไม้ยิ่งลดลง ทั้งนี้ เกณฑ์มาตรฐานของการบริโภคผักและผลไม้ที่เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 400 กรัมต่อวัน แต่ผลการสำรวจยังพบว่าผู้ชายร้อยละ 80 และผู้หญิงร้อยละ 76 ยังบริโภคผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
       
       เป็นที่น่าสังเกตว่า ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร พบว่า มีการบริโภคผักและผลไม้ที่เพียงพอมากกว่าประชาชนในภาคอื่นๆ โดยแยกตามภูมิภาค คือ กรุงเทพมหานคร 36 เปอร์เซ็นต์ เนื่องมาจากการเข้าถึงและสะดวกในการหาซื้อผักผลไม้มากกว่า รองลงมา คือ ภาคเหนือ 29 เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ 28 เปอร์เซ็นต์
       
       ในขณะที่ภาคอีสานมีเพียง 20เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากการเข้าถึงผักผลไม้ของคนในภาคอีสานน้อยกว่าภาคอื่นๆ รวมทั้งการขาดความรู้เรื่องของประโยชน์จากผักผลไม้ประเภทต่างๆ ผัก ผลไม้มีกากใย วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายและผลไม้ให้น้ำตามเพื่อเพิ่มเติมพลังงานซึ่งร่างกายควรจะได้รับทั้งสองอย่างในปริมาณที่เหมาะสมจากการวิจัยยังพบว่าการบริโภคผักผลไม้อย่างเพียงพอจะทำให้โอกาสเป็นโรคต่างๆ น้อยลงด้วย โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและหลอดเลือดสมองลดลงได้ สำหรับมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคผัก คือ 3 หน่วยมาตรฐาน (1 หน่วยมาตรฐาน = 80 กรัม) ส่วนผลไม้ควรบริโภคอย่างน้อย 2หน่วยมาตรฐาน
       
       ฉะนั้น ควรกินผักวันละประมาณ 240 กรัม และกินผลไม้อย่างน้อยวันละ 160 กรัม (รวม 4 ขีด)ในส่วนมาตรฐานที่เหมาะสมของการบริโภคผักใน 1 วัน มีดังนี้ หากเป็นผักสด หรือประเภทสลัดเทียบเท่าปริมาณ 3 ถ้วยตวง ส่วนผักที่มีการปรุงแล้ว เช่น ผัดผัก ผักต้ม ต้องบริโภควันละ 1 ถ้วยครึ่ง โดยการบริโภคผักอาจจะมีอยู่ในทุกมื้อ
       
       ส่วนการบริโภคผลไม้ของคนไทยอาจไม่ได้บริโภคทุกมื้อ โดยมากอาจจะบริโภคมื้อกลางวัน หรือมื้อเย็น เนื่องจากมีเวลาและสะดวกในการหาซื้อผลไม้ได้ ซึ่งมาตรฐานของการบริโภคผลไม้ใน1 มื้อ เทียบได้ดังนี้ กล้วยน้ำว้า 1 ลูก, ส้มเขียวหวาน 1 ลูกใหญ่, เงาะ 4ลูก เป็นต้นอย่างไรก็ตามจากการศึกษานี้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการส่งเสริมเรื่องการทำเกษตรที่เป็นพืชผักสวนครัวในพื้นที่เกษตรมากขึ้นจะทำให้การเข้าถึงและซื้อหานั้นทำได้ง่ายขึ้นรวมทั้งส่งเสริมเรื่องการปลูกพืชผักสวนครัวในบ้าน ด้านกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรณรงค์และส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปบริโภคผักผลไม้มากขึ้นที่สำคัญครอบครัวควรปลูกฝังเรื่องการบริโภคผักผลไม้ให้เด็กๆ รวมทั้งในโรงเรียน ครูควรสอนเรื่องประโยชน์ในการบริโภคผักและผลไม้ หรือส่งเสริมให้มีการทำสวนครัวในโรงเรียนและทำตัวให้เป็นแบบอย่างกับเด็ก จัดให้มีผักและผลไม้ในมื้อกลางวันที่โรงเรียน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย
 

 

 

โพสโดย :: MR.HEALTH

 

 

 

 

CMGUY | Powered by Chiang Mai Gay
© 2001-2005, CMGUYMaster All Rights Reserved