|
|
ตัวอย่างเนื้อปลาปักเป้าแล่แล้ว |
|
 |
 |
ราชบัณฑิตสาขาวิชาการประมง
เตือนรังไข่ของปลาปักเป้ามีพิษร้ายแรงกว่าไซยาไนต์
และทนความร้อนได้ 200 องศาเซลเซียส
จี้กรมประมงเร่งให้ข้อมูลประชาชน ประกาศห้ามบริโภคเด็ดขาด
หากพบต้องเร่งทำลาย
ศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต
ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์
สาขาวิชาการประมง กล่าวว่า ปลาปักเป้าที่พบบ่อยในไทย
มีปลาปักเป้าลาย และปลาปักเป้าดำ ซึ่งสารพิษในปลาปักเป้า
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียของแพลงตอน
และซากพืชซากสัตว์ที่ปลาปักเป้ากินเป็นอาหาร ซึ่งพิษมี 2
ชนิดด้วยกัน คือ Tetrotoxin และ Saxitoxin แต่พิษของ Tetrotoxin
จัดเป็นสารพิษที่มีความรุนแรงมากที่สุด ส่งผลต่อระบบประสาท
ทำให้กล้ามเนื้ออัมพาต และเสียชีวิตได้ในที่สุด
พบพิษมากในรังไข่ โดยพิษของปลาปักเป้า 1 ตัว
สามารถฆ่าคนได้ถึง 30 คน และพิษยังมีความรุนแรงสูงกว่าไซยาไนต์ถึง
1,200 เท่า และสามารถทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส
สาเหตุที่พบปลาปักเป้ามาก คาดว่า ติดมากับการลากอวนในน้ำลึก
และปัญหาสิ่งแวดล้อมทำให้บริมาณปลาปักเป้ามีจำนวนมากขึ้น ดังนั้น
เพื่อเป็นการป้องกัน
กรมประมงควรมีการแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงพิษ
และประกาศห้ามรับประทานอย่างเด็ดขาด
พร้อมกับทำการแจ้งเตือนเมื่อถึงฤดูกาลที่ต้องเฝ้าระวัง
หากพบมีปลาติดมากับอวนชาวประมงต้องทำลายทันที
และจัดให้มีการฝึกอบรมการชำแหละอย่างถูกต้องในกรณีใช้บริโภค
ศ.ดร.ทศพร วงศ์รัตน์
ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
สาขาวิชาสัตววิทยา กล่าวว่า
ปลาปักเป้าทุกชนิดจัดอยู่ในประเภทปลามีพิษ
ในประเทศไทยพบมีปลาปักเป้า 10 ชนิด
และมีวัฒนธรรมทางพันธุกรรมที่ยาวนานที่สุดก่อนคนไทยและประเทศไทย
พิษของปลาปักเป้าอยู่ที่บริเวณผิวหนัง ตับ ลำไส้
และมีพิษร้ายแรงอยู่ที่บริเวณรังไข่ พบมากในช่วงฤดูกาลวางไข่
สาเหตุที่มีการรับประทานปลาปักเป้าในญี่ปุ่นนั้น
เนื่องจากพิษในปลาปักเป้าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้วเปรียบเสมือนเครื่องเทศของช่องปาก
อีกทั้งญี่ปุ่นมีมาตรฐานการชำแหละที่ดี
มีการจัดอบรมผู้ชำแหละปลาปักเป้าโดยเฉพาะ
สำหรับประเทศไทยแล้วยังขาดการอบรม
ระมัดระวัง มีการลักลอบจำหน่าย ไม่มีการแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่า
เนื้อปลาที่บริโภคนั้นเป็นเนื้อปลาปักเป้า
ผิดกับญี่ปุ่นที่ผู้บริโภคทราบว่า สิ่งที่บริโภคคือเนื้อปลาอะไร
นอกจากนี้
จากการศึกษายังพบว่าพิษของปลาเป้าสามารถซึมผ่านผิวหนังของผู้ชำแหละได้
หากมีการชำแหละปลาเป็นเวลานาน และไม่มีการป้องกัน ดังนั้น
ไม่ทราบว่าในจังหวัดสมุทรสาคร มีรายงานพบเรื่องดังกล่าวหรือไม่
|