|
|
 |
อย.เผยสำรวจพบน้ำจากเครื่องขายน้ำอัตโนมัติไม่สะอาด
ผงะจุลินทรีย์ปนเปื้อน ทำท้องร่วง แต่ภาพรวมพอทานได้
แนะให้ต้มน้ำก่อนบริโภค และล้างภาชนะก่อนรองน้ำ
ฝากบริษัทเจ้าของเครื่องขายน้ำหมั่นทำความสะอาดเครื่องมากขึ้นเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค
นายณัฐวุฒิ ศรีทองเติม
เจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร
หรือโมบายยูนิต กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
กล่าวว่า
จากการศึกษาสถานการณ์ความปลอดภัยของน้ำบริโภคที่ผลิตจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ
ในกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต จำนวน 350 ตัวอย่าง
เก็บตัวอย่างตั้งแต่ ธ.ค.2549 - ก.พ.2550 พบว่า
ตัวอย่างที่เก็บมาจุลินทรีย์ไม่ผ่านเกณฑ์
เนื่องจากพบแบคทีเรียอีโคลาย จำนวน 2 ตัวอย่างจากทั้งหมด คิดเป็น
0.57%
และพบแบคทีเรียโคลิฟอร์มที่เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงเช่นเดียวกับแบคทีเรียอีโคลาย
พบจำนวน 19 ตัวอย่างจากทั้งหมด คิดเป็น 5.43% ทั้งนี้
แบคทีเรียดังกล่าวไม่ควรพบในน้ำดื่มเลย
เมื่อสำรวจลักษณะของเครื่องจำหน่ายพบว่ากว่า 50%
ตะไคร่ติดอยู่บริเวณท่อจ่ายน้ำ เนื่องจากแสงแดดเป็นปัจจัยหลัก
เพราะสปอร์ของตะไคร่น้ำเหล่านี้อยู่ในอากาศอยู่แล้ว
แต่ไม่น่าวิตกเพราะหากบริษัทเจ้าของเครื่องมาทำความสะอาดบ่อยครั้งขึ้นก็สามารถแก้ไขปัญหาตะไคร่น้ำได้
นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ในส่วนของทางเคมี พบว่า
มีความกระด้างต่ำกว่าค่ามาตรฐานถึง 7 ตัวอย่างคิดเป็น 2%
ในส่วนของค่าความเป็นกรดและด่างนั้น มีตกมาตรฐานถึง 64 ตัวอย่าง
คิดเป็น 18.29% ทั้งนี้ เมื่อสอบถามจากผู้บริโภคพบว่า 50%
ไม่มั่นใจในการซื้อน้ำดังกล่าว อีก 3% คิดว่า ไม่สะอาดเลย มีเพียง
47% ที่มั่นใจว่า น้ำที่จำหน่ายด้วยตู้อัตโนมัติสะอาด
และเมื่อสอบถามกับผู้บริโภคที่นำภาชนะมาบรรจุว่า มีเพียง 14.11%
ที่นำไปล้างทำความสะอาดภาชนะก่อนมาบรรจุน้ำทุกครั้ง มี 15%
ที่ทำความสะอาดบ้างไม่ทำบ้าง และ 74.94% นำน้ำที่บรรจุไปดื่มทันที
มีเพียง 10.42% นำไปต้ม และ 13.15% นำไปกรองก่อน ทั้งนี้
หากมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนอาจทำให้ป่วยได้
จึงอยากแนะนำให้ผู้บริโภคนำไปต้มก่อนก็จะดี
ในภาพรวมแล้ว แม้ว่าจะมีการพบจุลินทรีย์ปนเปื้อนบ้าง
มีค่าความเป็นกรดด้าง และความกระด้างของน้ำบ้าง
ก็สามารถดื่มได้ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่อย่างใด
เพราะหากนำไปต้มก่อนบริโภคเชื้อโรคก็จะไม่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค
ทั้งนี้
ระบบการกรองที่เครื่องส่วนใหญ่ใช้ระบบผ่านเยื่อกรองที่มีขนาดเล็กมาก
หรืออาร์โอ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า
บริษัทเจ้าของเครื่องจำหน่ายต่างๆ
มีอัตราการทำความสะอาดระบบกรองประมาณ 1 ครั้งต่อสัปดาห์
หากให้ความสำคัญในส่วนนี้มากขึ้นก็จะเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกัน
ฝ่ายผู้บริโภคเองก็ควรระมัดระวังในการทำความสะอาดภาชนะบรรจุให้ดีก่อนไปใส่น้ำ
นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับตัวเครื่อง
เพราะไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ชัดเจน
แม้ว่าอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบจะมีมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)
แต่เมื่อนำมาประกอบเป็นเครื่องจำหน่ายน้ำอัตโนมัติแล้วกลับไม่มีการควบคุมมาตรฐานและมีเจ้าภาพดูแลอย่างชัดเจน
ทั้งนี้
ในส่วนของเครื่องจำหน่ายน้ำดื่มอัตโนมัตินี้อยู่ในข่ายตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องคุณภาพและมาตรฐานน้ำดื่มหยอดเหรียญ
ซึ่งมีมาตรฐานน้อยกว่า มาตรฐานะของน้ำดื่มที่ อย.เป็นผู้ควบคุมดูแล
ซึ่งคุมเข้มในหลายส่วน อาทิ สถานที่ตั้ง วัสดุอุปกรณ์
แหล่งที่มาของน้ำดื่ม ฯลฯ นอกจากนี้
หากจัดให้อยู่ในกฎหมายมาตรฐานของน้ำดื่มแล้ว
เสนอแนะให้ผู้ประกอบการนำน้ำมาผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
อาทิ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯลฯ
เป็นระยะเพื่อทดสอบคุณภาพของน้ำดื่มที่จำหน่ายให้ผู้บริโภค
|