 |
|
 |
ถ้าอยากรู้ว่า ความเสี่ยง
ที่ว่ามาแฝงอยู่ในชีวิตของเรา อย่างไรบ้าง
ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.) ได้จัดอันดับ 12
ความเสี่ยงที่เป็นภัยต่อสุขภาพของคนไทยไว้ดังนี้
1.บุหรี่
ผลสำรวจล่าสุดพบว่าคนไทย 2 ใน 10 คนสูบบุหรี่
ลองนึกภาพตามเมื่อใครสักคนสูบบุหรี่ขึ้นมา ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่
หรือบางครั้งอาจเป็นด้วยความตั้งใจหรือไม่อย่างไรก็ตาม
จงรับรู้ไว้ด้วยว่า เขาได้พาสารเคมีที่มีอยู่ในสิ่งต่อไปนี้ (น้ำยาเช็ดกระจก
เชลแลค ลูกเหม็น ยาเบื่อหนู ปากกาเคมี แบตเตอรี่หมดอายุ ยาฆ่ามด-แมลง
ยาย้อมผม น้ำยาล้างเล็บ น้ายาละลายน้ำแข็ง น้ำมันไฟแช็ค ขี้ผึ้ง
น้ำชักเงา สเปรย์ฆ่าแมลง และน้ำยาฉีดศพ เป็นต้น )
เข้าไปทำอันตรายทั้งตนเองและคนอื่นที่สูดควันบุหรี่ของเขาเข้าไปด้วย
รู้ๆกันอยู่ว่าสารเคมีจากสิ่งเหล่านี้ร่ายแรงแค่ไหน
เป็นแบบชนิดตายผ่อนส่งด้วย
คือไม่ได้เห็นพิษภัยทันตาเห็นแต่จะค่อยๆซึมซับเข้าไปในร่างกายทีละเล็กทีละน้อย
ไม่ต่างจากลูกโป่งอัดแก๊สที่รอวันระเบิด
2.เหล้า เบียร์ สิ่งมึนเมา
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาคนไทยดื่มเหล้ามากขึ้นทุกที
โดยดื่มเหล้าเพิ่มมากขึ้น 2 เท่า ดื่มเบียร์มากขึ้น 7 เท่า
และไม่ว่าจะเสียใจ ดีใจ พี่ไทยต้องฉลองกันก่อน
หรือต่อให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องหาโอกาสมาดื่มกันจนได้
ที่แน่ๆตั้งวงแล้วมักจะให้นิยามกันว่า ไม่เมาไม่เลิก
เราจึงได้พบเห็นภาพหิ้วปีกของนักดื่มหมดสภาพค่อนข้างบ่อย
ด้วยการกระทำเยี่ยงนี้ส่งผลให้ไทยติดอันดับยอดนักดื่มสูงสุดอันดับ 7
ของโลก
โดยผู้ที่ดื่มอาจลืมไปแล้วว่าของเหล่านี้ได้บั่นทอนทั้งร่างกายและจิตใจ
อาจถึงขั้นเสียสติหรือเสียชีวิตได้
3.ยาเสพติด
คงไม่ต้องพูดถึงผลร้ายหรือโทษของยาเสพย์ติดซ้ำอีกเพราะที่ผ่านหลายสื่อได้มีการประโคมโหมให้เห็นโทษที่ร้ายแรงมาโดยตลอด
แต่เราก็ยังคงเห็นคนที่หลงลอง หลงเชื่ออยู่ จากปัญหาในระดับบุคคล
ขยายต่อเป็นชุมชน ประเทศ และระดับโลกอย่างคาดไม่ถึง
ยาเสพย์ติดนับเป็นปัญหาร้ายแรงอันดับแรงๆของโลกที่ต้องอาศัยความรวมมือกันแก้ไข
จากการสำรวจพบว่า 4 ใน 10
ของหมู่บ้านทั้งหมดมีปัญหาเรื่องยาเสพติดกันทั่วหน้า
เรื่องอย่างนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นความก้าวหน้าทางการศึกษากระจายไปแทนคงจะดีกว่ากันเยอะ
4.การไม่นิยมออกกำลังกาย
คนไทยนั้นไม่นิยมลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย สำรวจแล้วพบว่ากว่า 2 ใน 3
ของคนทั้งประเทศเลยทีเดียว
แม้จะรู้กันดีว่าการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง
เกิดประโยชน์นานับประการต่อร่างกายและจิตใจ
ในหนึ่งปีมีคนที่ต้องเสียชีวิตจากการไม่ออกกำลังกายมากกว่า 2 เท่า
ทั้งยังมีโรคเบาหวานและโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้
ความดันเลือดสูง กระดูกเสื่อม ความเครียด และความวิตกกังวล
5.กินอาหารที่เป็นอันตราย
ที่พบบ่อยมากได้แก่ การกินเกลือในปริมาณที่มากเกินไป สะสมกันเรื่อยๆ
โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้หรือแม้แต่อาหารที่มีไขมันมาก
อีกอย่างที่กำลังเป็นปัญหาคือกินหวานเกิน
พบว่าคนไทยกินน้ำตาลเฉลี่ยแล้วตกวันละ 18 ช้อนชา เกินระดับความปลอดภัย
คืออันที่จริงวันละ 6-10 ช้อนชาก็พอเพียงแล้ว
6.อาหารปนเปื้อนสารพิษด้วยความที่คนไทยอย่างเราๆท่านๆมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบมากขึ้น
ส่งผลให้การปรุงอาหารรับประทานเองลดน้อยลง
จนบางบ้านอาจลืมวิธีหุงข้าวต้มแกงไปเลย หันไปพึ่งพาอาหารปรุงสำเร็จ
และอาหารสำเร็จรูปนอกบ้าน รวมทั้งขนมต่างๆ
ดังนั้นก่อนเลือกสรรอะไรมารับประทานต้องคำนึงว่าอาหารหลายๆอย่างมีวิธีการผลิต
และปรุงให้เก็บได้นานยิ่งขึ้นอย่างไรบ้าง
เพราะพบว่ามักใส่สารเคมีและสีสังเคราะห์กันมาก
และมักไม่ระมัดระวังถึงเรื่องความสะอาด
อาหารที่ปนเปื้อนไม่ว่าจะด้วยสารเคมีจึงมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากมาย
ยากแก่การตามปราบปราม
7.มลพิษในสิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าจะในน้ำ อากาศ และดิน
ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีและโลหะหนักปนเปื้อนเพราะการปล่อยของเสียออกจากอาคาร
บ้านเรือน โรงงาน เครื่องยนต์ และรถยนต์ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมเป็นพิษ
8.มลภาวะและอันตรายในที่ทำงานและบ้านเรือน
ใช่ว่าในที่ทำงานและบ้านเรือนจะปลอดภัยได้เสมอไป
เพราะบางที่อาจละเลยความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ
ความสกปรก หมักหมม
และฝุ่นละอองที่ทำให้เกิดปัญหาโรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้ได้
แต่ข้อนี้แก้ไม่ยาก หมั่นช่วยกันดูแลความสะอาดก็ช่วยได้แล้ว
9.การขาดแคลนน้ำดื่ม-น้ำใช้ที่สะอาด
สำหรับคนที่อยู่ในเมืองหลวงการหาน้ำสะอาดใช้ คงไม่ใช่เรื่องยาก
ถ้ามีเงินมาน้ำท่าก็ถึงตามระเบียบ
แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้นค่อนข้างขาดแคลนน้ำสะอาด
คุณภาพดีไว้สำหรับไว้ดื่มไว้ใช้เสมอ
บางพื้นที่รันทดหนักขาดแคลนตลอดทั้งปี
10.มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
พฤติกรรมนี้ถือเป็นช่องทางของการแพร่กระจายของโรคร้ายอย่างโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
สำหรับคนที่ยังไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้
หากเกิดพลาดพลั้งจะทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจไปยังพ่อแม่พี่น้องที่เป็นห่วงได้
และลุกลามเป็นปัญหาสังคมไปตามลำดับ
11.ปัญหาความเครียด
ความเครียดค่อนข้างมีผลต่อทุกส่วนของร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอวัยวะต่างๆ และระบบทุกระบบในร่างกาย
อีกทั้งความเครียดยังทำให้สมอง ประสาท หัวใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต
ระบบการย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว
ระบบสืบพันธ์ และอื่นๆเกิดความแปรปรวน
หากไม่ผ่อนคลายตัวเองจากความเครียดก็จะก่อให้เกิดโรคทางกายขึ้น
12.อุบัติเหตุถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมาก
โดยเฉพาะอุบัติเหตุการจราจร ซึ่งแต่ละปีผู้เสียชีวิตราว13,000
คนและพิการอีกนับไม่ถ้วน
อ่านมาครบ 12 ข้อ ก็อย่าเพิ่งอ่อนแรงอ่อนใจ ทำอะไรไม่ถูก
เราทุกคนสามารถช่วยได้ด้วยการตั้งรับและป้องกัน เริ่มต้นที่ตัวเองก่อน
จงรำลึกไว้เสมอว่าตัวเราเองมีคุณค่าและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นรอบตัวเสมอ
การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบโดยตรงที่เราควรกระทำ
บางคนอาจไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเอง
ไม่กลัวตายมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยของชีวิต
แต่ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นแล้วเราบังเอิญไม่ตายแต่ชีวิตยังคงอยู่แบบพิการครึ่งๆกลางๆจะทำอย่างไร
ครอบครัว ลูก หลาน ญาติพี่น้องต้องสรรเวลามาปรนนิบัติ
ไหนจะเรื่องเงินทองอีก
ปัญหาบานปลายไม่รู้จบอย่างนี้ ...หาช่วงเวลาดีๆสร้างสุขภาพให้ชีวิตกันเถอะ
|