ช่วยกันคลิกปอนเซอร์ของเราด้วยนะครับ

HOME

CM FASHION 

CM CLIP BOY

CM BOARD

ิดต่อโฆษณา

 

CMGUY  LIFE STYLE

หัวข้อ :: 12 ความเสี่ยงที่เลี่ยงยากต่อสุขภาพของคนไทย
ที่มา :: ผู้จัดการออนไลน์
 
ข้อมูล :: คนไทยหรือเปล่า !!!

       เกริ่นมาประโยคแรกก็เพราะอยากให้คนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายฟังทางนี้จะว่าไปแล้ว ชีวิตเราที่เกิดมาก็ไม่มีอะไรที่แน่แท้และยั่งยืน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก หากความโชคร้ายหรือภัยอันตรายอยากมาเยือน หนีเท่าไหร่ก็คงไม่พ้น
       
       มองง่ายๆอย่างเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและร่างกาย ทุกวันนี้ถือว่ามีมากเหลือเกิน อย่างปัจจัยเสี่ยงสำคัญ และเป็นที่สนใจต่อการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างเสริมสุขภาพสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม ปัจจัยเสี่ยงอันเกิดจากสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ และปัจจัยเสี่ยงอันเกิดจากผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 กลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กัน และสามารถแยกแยะได้เด็ดขาดชัดเจนว่าปัจจัยกลุ่มใดเป็นสามารถหลักที่ทำให้สุขภาพเสื่อม ในขณะเดียวกันปัจจัยเหล่านี้ยังเป็นผลเนื่องมาจากกิจกรรม และการดำเนินการของกลุ่มต่างๆในสังคมที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยตรงของแต่ละคน

 

       ถ้าอยากรู้ว่า “ความเสี่ยง” ที่ว่ามาแฝงอยู่ในชีวิตของเรา อย่างไรบ้าง ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.) ได้จัดอันดับ 12 ความเสี่ยงที่เป็นภัยต่อสุขภาพของคนไทยไว้ดังนี้
       
       1.บุหรี่ ผลสำรวจล่าสุดพบว่าคนไทย 2 ใน 10 คนสูบบุหรี่ ลองนึกภาพตามเมื่อใครสักคนสูบบุหรี่ขึ้นมา ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ หรือบางครั้งอาจเป็นด้วยความตั้งใจหรือไม่อย่างไรก็ตาม จงรับรู้ไว้ด้วยว่า เขาได้พาสารเคมีที่มีอยู่ในสิ่งต่อไปนี้ (น้ำยาเช็ดกระจก เชลแลค ลูกเหม็น ยาเบื่อหนู ปากกาเคมี แบตเตอรี่หมดอายุ ยาฆ่ามด-แมลง ยาย้อมผม น้ำยาล้างเล็บ น้ายาละลายน้ำแข็ง น้ำมันไฟแช็ค ขี้ผึ้ง น้ำชักเงา สเปรย์ฆ่าแมลง และน้ำยาฉีดศพ เป็นต้น ) เข้าไปทำอันตรายทั้งตนเองและคนอื่นที่สูดควันบุหรี่ของเขาเข้าไปด้วย รู้ๆกันอยู่ว่าสารเคมีจากสิ่งเหล่านี้ร่ายแรงแค่ไหน เป็นแบบชนิดตายผ่อนส่งด้วย คือไม่ได้เห็นพิษภัยทันตาเห็นแต่จะค่อยๆซึมซับเข้าไปในร่างกายทีละเล็กทีละน้อย ไม่ต่างจากลูกโป่งอัดแก๊สที่รอวันระเบิด
       
       2.เหล้า เบียร์ สิ่งมึนเมา ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาคนไทยดื่มเหล้ามากขึ้นทุกที โดยดื่มเหล้าเพิ่มมากขึ้น 2 เท่า ดื่มเบียร์มากขึ้น 7 เท่า และไม่ว่าจะเสียใจ ดีใจ พี่ไทยต้องฉลองกันก่อน หรือต่อให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องหาโอกาสมาดื่มกันจนได้ ที่แน่ๆตั้งวงแล้วมักจะให้นิยามกันว่า “ไม่เมาไม่เลิก” เราจึงได้พบเห็นภาพหิ้วปีกของนักดื่มหมดสภาพค่อนข้างบ่อย ด้วยการกระทำเยี่ยงนี้ส่งผลให้ไทยติดอันดับยอดนักดื่มสูงสุดอันดับ 7 ของโลก โดยผู้ที่ดื่มอาจลืมไปแล้วว่าของเหล่านี้ได้บั่นทอนทั้งร่างกายและจิตใจ อาจถึงขั้นเสียสติหรือเสียชีวิตได้
       
       3.ยาเสพติด คงไม่ต้องพูดถึงผลร้ายหรือโทษของยาเสพย์ติดซ้ำอีกเพราะที่ผ่านหลายสื่อได้มีการประโคมโหมให้เห็นโทษที่ร้ายแรงมาโดยตลอด แต่เราก็ยังคงเห็นคนที่หลงลอง หลงเชื่ออยู่ จากปัญหาในระดับบุคคล ขยายต่อเป็นชุมชน ประเทศ และระดับโลกอย่างคาดไม่ถึง ยาเสพย์ติดนับเป็นปัญหาร้ายแรงอันดับแรงๆของโลกที่ต้องอาศัยความรวมมือกันแก้ไข จากการสำรวจพบว่า 4 ใน 10 ของหมู่บ้านทั้งหมดมีปัญหาเรื่องยาเสพติดกันทั่วหน้า เรื่องอย่างนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นความก้าวหน้าทางการศึกษากระจายไปแทนคงจะดีกว่ากันเยอะ
       
       4.การไม่นิยมออกกำลังกาย คนไทยนั้นไม่นิยมลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย สำรวจแล้วพบว่ากว่า 2 ใน 3 ของคนทั้งประเทศเลยทีเดียว แม้จะรู้กันดีว่าการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง เกิดประโยชน์นานับประการต่อร่างกายและจิตใจ ในหนึ่งปีมีคนที่ต้องเสียชีวิตจากการไม่ออกกำลังกายมากกว่า 2 เท่า ทั้งยังมีโรคเบาหวานและโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ ความดันเลือดสูง กระดูกเสื่อม ความเครียด และความวิตกกังวล

 5.กินอาหารที่เป็นอันตราย ที่พบบ่อยมากได้แก่ การกินเกลือในปริมาณที่มากเกินไป สะสมกันเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้หรือแม้แต่อาหารที่มีไขมันมาก อีกอย่างที่กำลังเป็นปัญหาคือกินหวานเกิน พบว่าคนไทยกินน้ำตาลเฉลี่ยแล้วตกวันละ 18 ช้อนชา เกินระดับความปลอดภัย คืออันที่จริงวันละ 6-10 ช้อนชาก็พอเพียงแล้ว
       
       6.อาหารปนเปื้อนสารพิษด้วยความที่คนไทยอย่างเราๆท่านๆมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบมากขึ้น ส่งผลให้การปรุงอาหารรับประทานเองลดน้อยลง จนบางบ้านอาจลืมวิธีหุงข้าวต้มแกงไปเลย หันไปพึ่งพาอาหารปรุงสำเร็จ และอาหารสำเร็จรูปนอกบ้าน รวมทั้งขนมต่างๆ ดังนั้นก่อนเลือกสรรอะไรมารับประทานต้องคำนึงว่าอาหารหลายๆอย่างมีวิธีการผลิต และปรุงให้เก็บได้นานยิ่งขึ้นอย่างไรบ้าง เพราะพบว่ามักใส่สารเคมีและสีสังเคราะห์กันมาก และมักไม่ระมัดระวังถึงเรื่องความสะอาด อาหารที่ปนเปื้อนไม่ว่าจะด้วยสารเคมีจึงมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากมาย ยากแก่การตามปราบปราม
       
       7.มลพิษในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะในน้ำ อากาศ และดิน ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีและโลหะหนักปนเปื้อนเพราะการปล่อยของเสียออกจากอาคาร บ้านเรือน โรงงาน เครื่องยนต์ และรถยนต์ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมเป็นพิษ
       
       8.มลภาวะและอันตรายในที่ทำงานและบ้านเรือน ใช่ว่าในที่ทำงานและบ้านเรือนจะปลอดภัยได้เสมอไป เพราะบางที่อาจละเลยความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ ความสกปรก หมักหมม และฝุ่นละอองที่ทำให้เกิดปัญหาโรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้ได้ แต่ข้อนี้แก้ไม่ยาก หมั่นช่วยกันดูแลความสะอาดก็ช่วยได้แล้ว
       
       9.การขาดแคลนน้ำดื่ม-น้ำใช้ที่สะอาด สำหรับคนที่อยู่ในเมืองหลวงการหาน้ำสะอาดใช้ คงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีเงินมาน้ำท่าก็ถึงตามระเบียบ แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้นค่อนข้างขาดแคลนน้ำสะอาด คุณภาพดีไว้สำหรับไว้ดื่มไว้ใช้เสมอ บางพื้นที่รันทดหนักขาดแคลนตลอดทั้งปี

      10.มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย พฤติกรรมนี้ถือเป็นช่องทางของการแพร่กระจายของโรคร้ายอย่างโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ สำหรับคนที่ยังไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ หากเกิดพลาดพลั้งจะทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจไปยังพ่อแม่พี่น้องที่เป็นห่วงได้ และลุกลามเป็นปัญหาสังคมไปตามลำดับ
       
       11.ปัญหาความเครียด ความเครียดค่อนข้างมีผลต่อทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอวัยวะต่างๆ และระบบทุกระบบในร่างกาย อีกทั้งความเครียดยังทำให้สมอง ประสาท หัวใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ระบบสืบพันธ์ และอื่นๆเกิดความแปรปรวน หากไม่ผ่อนคลายตัวเองจากความเครียดก็จะก่อให้เกิดโรคทางกายขึ้น
       
       12.อุบัติเหตุถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมาก โดยเฉพาะอุบัติเหตุการจราจร ซึ่งแต่ละปีผู้เสียชีวิตราว13,000 คนและพิการอีกนับไม่ถ้วน
       
       อ่านมาครบ 12 ข้อ ก็อย่าเพิ่งอ่อนแรงอ่อนใจ ทำอะไรไม่ถูก เราทุกคนสามารถช่วยได้ด้วยการตั้งรับและป้องกัน เริ่มต้นที่ตัวเองก่อน จงรำลึกไว้เสมอว่าตัวเราเองมีคุณค่าและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่นรอบตัวเสมอ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบโดยตรงที่เราควรกระทำ
       
       บางคนอาจไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเอง ไม่กลัวตายมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยของชีวิต แต่ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นแล้วเราบังเอิญไม่ตายแต่ชีวิตยังคงอยู่แบบพิการครึ่งๆกลางๆจะทำอย่างไร ครอบครัว ลูก หลาน ญาติพี่น้องต้องสรรเวลามาปรนนิบัติ ไหนจะเรื่องเงินทองอีก ปัญหาบานปลายไม่รู้จบอย่างนี้ ...หาช่วงเวลาดีๆสร้างสุขภาพให้ชีวิตกันเถอะ


 

โพสโดย :: MR.HEALTH

 

 

 

 

CMGUY | Powered by Chiang Mai Gay
© 2001-2005, CMGUYMaster All Rights Reserved