ช่วยกันคลิกปอนเซอร์ของเราด้วยนะครับ

HOME

CM FASHION 

CM CLIP BOY

CM BOARD

ิดต่อโฆษณา

 

CMGUY  LIFE STYLE

หัวข้อ :: แค่มองตาก็รู้ว่าเป็นโรคอะไร ตำราแพทย์มหิดลเพิ่มโอกาสรักษาผู้ป่วย
ที่มา :: ผู้จัดการออนไลน์
 
ข้อมูล ::
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รศ.พญ.ละอองศรี อัชชะนียะสกุล


 

ต้อกระจก อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ (ภาพจาก รศ.พญ.ละอองศรี อัชชะนียะสกุล)


 

ตาแหล่ ที่มักตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้เช่นกัน (ภาพจาก รศ.พญ.ละอองศรี อัชชะนียะสกุล)


 

สำหรับคนทั่วไปอาจคิดว่า ดวงตาคือหน้าต่างที่บ่งบอกความในใจ แต่สำหรับจักษุแพทย์ เพียงแค่มองตาก็อาจบอกได้ว่าคนผู้นั้นมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น และอาจไม่ต้องกลายเป็นคนตาบอดโดยไม่รู้ตัว
       
       รศ.พญ.ละอองศรี อัชชะนียะสกุล ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับจักษุวิทยาเด็ก ได้นำเอาประสบการณ์กว่า 10 ปีที่คลุกคลีอยู่กับผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาโรคตามาถ่ายทอดเป็นตำรา “จักษุพันธุศาสตร์” และได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2549 สาขาการแต่งตำรา
       
       “โรคตาเป็นอาการที่พบร่วมกับโรคต่างๆ มากมาย จึงอาจใช้วินิจฉัยโรคอื่นได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้น โดยในตำราได้สรุปความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องในแต่ละโรคไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา และสามารถนำไปใช้อธิบายให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติได้” รศ.พญ.ละอองศรี กล่าว
       
       เนื้อหาในตำราจักษุพันธุศาสตร์ประกอบด้วยโรค หรือกลุ่มอาการที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและแสดงความผิดปกติทางตาเป็นอาการเด่น เช่น โรคตาบอดในเด็กที่เป็นต้อกระจกแต่กำเนิด โรคตาแหล่ในเด็ก และโรคต้อหิน เป็นต้น
       
       “เด็กที่เป็นต้อกระจกแต่กำเนิดอาจเกิดจากการติดเชื้อขณะอยู่ในครรภ์มารดาหรือเกิดจากการถ่ายทอดของพันธุกรรมที่ผิดปกติก็เป็นได้ ส่วนโรคตาเหล่ในเด็กจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งจะตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และเมื่อซักประวัติครอบครัวของผู้ป่วยบางรายก็พบว่ามีผู้ที่เป็นโรคตาแหล่อยู่ด้วย แสดงว่าโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้เช่นเดียวกับโรคต้อหินที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เมื่อมีประวัติญาติพี่น้องเป็นโรคนี้หรือเคยได้รับการรักษา ซึ่งโรคต้อหินถือเป็นโรคที่อันตรายมาก หากผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมอาจทำให้ตาบอดได้” รศ.พญ.ละอองศรี ชี้แจง
       
       เลนส์ตาเคลื่อนเป็นอีกโรคหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมและเป็นสาเหตุของโรคจอตาเสื่อม หรือเป็นอาการในกลุ่มโรคมาร์แฟน (Marfan syndrome) โดยจะค่อยๆ แสดงออกเมื่อเด็กเริ่มโตขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากเด็กมีอาการตามัวหรือเปลี่ยนแว่นบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
       
       “เลนส์ตาเคลื่อนอาจเกิดจากอุบัติเหตุ โดนชก หรือถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง ซึ่งยังไม่เป็นอันตรายเท่าสาเหตุมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เรียกว่ากลุ่มอาการมาร์แฟน ซึ่งลักษณะภายนอกเด็กอาจจะมีโครงร่างผิดสัดส่วน ตาแหล่ มีอาการข้อเคลื่อน จอตาเสื่อม และที่สำคัญคือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหย่อนยาน” รศ.พญ.ละอองศรี อธิบาย
       
       เนื้อเยื่อเกี่ยวพันหย่อนยานเป็นอันตรายมาก อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โดย รศ.พญ.ละอองศรี ขยายความว่า เนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะมีอยู่ในอวัยวะต่างๆของร่างกาย ทำหน้าที่เกี่ยวกับการค้ำจุนและรักษาโครงสร้างอวัยวะ เมื่อเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หลอดเลือดหย่อนยานจะเป็นอันตรายมาก ทำให้หลอดเลือดโป่งพองง่ายและแตกได้ โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ
       

       “หากหลอดเลือดแดงใหญ่ที่หัวใจหย่อนยานและแตก จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทันที แต่หากแพทย์ตรวจพบก่อนว่าผู้ป่วยมีเลนส์ตาเคลื่อนอันเนื่องมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม จะมีโอกาสช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น เพราะจะได้ส่งตัวผู้ป่วยไปรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางได้ทันท่วงที แม้หลอดเลือดหัวใจหย่อนยานจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถช่วยชะลอความหย่อนยานได้” รศ.พญ.ละอองศรี อธิบาย
       
       นอกจากนี้ ยังมีโรคที่เกิดจากพันธุกรรมผิดปกติและอันตรายมากอีกโรคหนึ่งคือ มะเร็งจอตาในเด็ก ซึ่งพบเฉพาะในเด็กเท่านั้น ในประเทศไทยพบร้อยละ 2 สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่แรกเกิดและทำให้เสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา สังเกตได้จากเด็กมีอาการตาวาวสีขาวที่จอตาข้างที่เป็น การรักษาใช้วิธีเดียวกับการรักษามะเร็งโดยทั่วไป แต่หากรุนแรงมากก็ต้องผ่าตัดเอาลูกตาออกไป
       
       สำหรับ หนังสือ “จักษุพันธุศาสตร์” เป็นตำราเล่มแรกที่ รศ.พญ.ละอองศรี เขียนขึ้นเพียงคนเดียว โดยได้แรงจูงใจจากอาจารย์ 2 ท่าน คือ รศ.พญ.จินตนา ศิรินาวิน และ ศ.พญ.พนิดา โกสียรักวงศ์ โดยรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีความผิดปกติทางตา และใช้เวลาในการแต่ง 3 เดือน จุดประสงค์ที่แต่งขึ้นก็เพื่อใช้สอนนักศึกษาแพทย์เป็นหลัก ไม่ได้พิมพ์จำหน่ายแต่อย่างใด และตั้งใจไว้ว่าจะพิมพ์ตำรานี้มอบให้ห้องสมุดของทุกๆ มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจศึกษาต่อไป

 

โพสโดย :: MR.HEALTH

 

 

 

 

CMGUY | Powered by Chiang Mai Gay
© 2001-2005, CMGUYMaster All Rights Reserved