|
ข้อมูล :: เผยเอเชียแปซิฟิก
1,800
ล.คนเป็นกลุ่มเสี่ยง
สมาชิกองค์การอนามัยโลก
16
ประเทศ ระดมสมองรับมือการระบาดของไข้เลือดออก
หลังพบผู้ป่วยเพิ่มหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะกัมพูชา พม่า
ระบุภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีประชากรกว่า 1,800
ล้านคน เป็นกลุ่มเสี่ยง ห่วงการระบาดโรคอื่นที่นำโดยยุงคือ ไข้เหลือง
ไข้ชิกุนกุนยา แพร่จากป่าสู่เมืองจากยุคโลกาภิวัตน์

นพ.มิน ทเว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ องค์การอนามัยโลก
สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า
องค์การอนามัยโลกจัดประชุมผู้อำนวยการโครงการไข้เลือดออก
ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้อำนวยการโครงการ
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจาก
16
ประเทศใน 2 ภูมิภาคดังกล่าวเข้าประชุม คือ
บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย อินโดนีเซีย มัลดีฟส์ พม่า เนปาล ศรีลังกา ไทย
ติมอร์ตะวันออก กัมพูชา ลาว จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 กันยายนนี้
เพื่อระดมสมองจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ปี 2550-2558
มีเป้าหมายลดอัตราการตายจากโรคไข้เลือดออก
โดยระดมความร่วมมือจากชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรค
การค้นหาผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นเข้าสู่การรักษาในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
ศ.ดูน เจ.กุ๊ปเลอร์ (Porf.Daune
J.Gubler) ผู้เชี่ยวชาญไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยฮาวาย
กล่าวว่า ปีนี้การแพร่ระบาดของไข้เลือดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แปซิฟิก รุนแรงมากขึ้น โดยกัมพูชามีอัตราการแพร่ระบาดมากที่สุด รองลงมา คือ
พม่า และไทย ขณะที่ปีที่แล้วพบการระบาดหนักที่อินโดนีเซีย มีรายงานผู้ป่วย
150,000-160,000 ราย
สาเหตุการแพร่ระบาดมาจากการขยายตัวของเมืองอย่างไร้ทิศทาง
ทำให้เพิ่มแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งร้อย
80
มาจากฝีมือมนุษย์ เป็นผลจากยุคโลกาภิวัตน์ทำให้การเดินทางรวดเร็วมีการเคลื่อนย้ายคนนับล้านในแต่ละวัน
การเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์เชื้อไข้เลือดออก
ภาวะโลกร้อนทำให้ขยายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงถือเป็นส่วนสำคัญให้โรคไข้เลือดออกระบาดไปทั่วโลก
เช่น ภูฏาน พบผู้ป่วยรายแรกในปี 2547
และในปีที่ผ่านมามีรายงานพบผู้ป่วยที่เนปาล
ยกเว้นเกาหลีเหนือเท่านั้นที่ยังไม่มีผู้ป่วยไข้เลือดออก
เนื่องจากอากาศหนาวและปิดประเทศ คาดว่าประชากรในภูมิภาคนี้กว่า
1,800 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 75
ของคนทั่วโลกที่จะเป็นกลุ่มเสี่ยงไข้เลือดออก
ส่วนการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากเชื้อมี
4
สายพันธุ์ทำให้มีปัญหาในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่
3 ผลการทดสอบพบว่า ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานโรคได้
อย่างไรก็ตาม
ยังศึกษาวิจัยต่อเนื่องโดยในปีหน้าจะทดสอบวัคซีนสำหรับเด็กในจังหวัดกำแพงเพชร
และราชบุรี นอกจากนี้ โรคที่น่าเป็นห่วงจากภาวะโลกาภิวัตน์ คือ ไข้เหลือง
ไข้ชิกุนกุนยา ที่มียุงเป็นพาหะเหมือนกับไข้เลือดออก
พบการระบาดจากเขตป่ามาสู่เขตเมือง
องค์การอนามัยโลกตระหนักถึงปัญหานี้จะประชุมรับมือโรคเหล่านี้ที่อินเดียในเดือนหน้า
ดร.ชูศักดิ์ ประสิทธิสุข
ผู้ประสานงานไข้เลือดออกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์การอนามัยโลก
กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์และควบคุมโรคไข้เลือดออกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี
2550-2551
สาระสำคัญ คือ การค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และควบคุมการระบาดโดยเร็ว
การจัดทำมาตรฐานการตรวจและรักษาผู้ป่วยในสถานพยาบาล
การดึงชุมชนเข้ามีส่วนร่วมเพื่อควบคุมโรค
การสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
การประสานความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน
นักวิชาการในการวิจัยรับมือโรคไข้เลือดออกตลอดจนการพัฒนาวัคซีนและยารักษา
มีเป้าหมายคือลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก
นพ.เสรี หงส์หยก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า
ประเทศไทยพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกครั้งแรกในปี
2493
ในกรุงเทพฯ จากนั้นอีก 5 ปี
โรคไข้เลือดออกได้ระบาดไปทั่วประเทศโดยระบาดหนักปีเว้น 2
ปี เฉลี่ยพบผู้ป่วยปีละประมาณ 50,000 ราย
สถานการณ์การแพร่ระบาด 9 เดือนแรกปีนี้ พบผู้ป่วย
41,975 ราย เสียชีวิต 47
ราย ภาคกลางมีผู้ป่วยมากที่สุด รองมาคือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคเหนือ
แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่มากกว่าในอดีต แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ
ถือว่าไทยมีการควบคุมที่ได้ผลและเร็วที่สุด
โพสโดย
::
MR.HEALTH |