|
ข้อมูล :: กิน
ข้าวปั้น ซูชิ ซาซิมิที่มีปลาดิบ ล้วนเสี่ยงเกิดโรค

ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานปลาดิบกันมากขึ้น
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลของอาหารญี่ปุ่น
ด้วยรสชาติและหน้าตาของอาหารที่ดูสะดุดตาชวนให้น่ารับประทาน
ทำให้แทบจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ไม่เคยลิ้มลองอาหารจำพวกข้าวปั้น ซูชิ
ซาซิมิที่มีปลาดิบเป็นส่วนประกอบ
แต่คุณทราบหรือไม่ว่าในปลาดิบนี้มีพยาธิ... พิษภัยที่หลายคนคาดไม่ถึง
ปลาดิบที่เรานำมาบริโภคนั้น มี
2
ชนิดใหญ่ ๆ คือ ปลาดิบน้ำจืด และ ปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล)
ซึ่งปลาดิบทั้ง 2 ชนิด
มีเชื้อโรคที่แอบแฝงมาแตกต่างกัน ปลาดิบน้ำจืดจะพบพยาธิบางชนิด เช่น
พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ สำหรับปลาดิบน้ำเค็มนั้น
คนส่วนมากมักคิดว่าไม่มีพยาธิ แต่ความจริงแล้ว ปลาน้ำเค็มอาจพบตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส
ซิมเพลก(Anisakis simplex)
ซึ่งปลาดิบน้ำเค็มที่เรานำมาประกอบอาหารนั้นอาจมีการปนเปื้อนของพยาธิชนิดนี้
พยาธิอะนิซาคิส ซิมเพลก (Anisakis
simplex) เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่นและเขตร้อน
ในประเทศไทยตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20
ชนิด เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุเลากล้วย ปลาลัง
เป็นต้น ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง
ระยะตัวอ่อนที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ขนาดยาวประมาณ 1-2 ซม.
กว้างประมาณ 0.3 - 0.5 มม. สีขาวใสมีลายตามขวาง
บริเวณส่วนปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหางจะมีส่วนแหลมยื่นออกมา
พยาธิชนิดนี้จะใช้ปากที่เป็นหนามขนาดเล็กบริเวณหัวในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ
ทั้งสามารถคงทนต่อน้ำ เกลือ และแอลกอฮอล์ได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่คน
บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็ก
ขณะเคลื่อนที่จะไชในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคน
ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กและอาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้
ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการปวดท้อง
แน่นท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด
อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหาร บางรายอาจท้องเสีย
หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่
อาการมักจะเริ่มเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้เป็นชั่วโมงหรืออาจเป็นวันก็ได้
และถ้าหากพยาธิชนิดนี้ฝังตัวอยู่ในทางเดินอาหาร นาน ๆ
จะทำให้เกิดลักษณะของก้อนทูมขึ้นในทางเดินอาหารได้ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อพยาธิ

การวินิจฉัยโรคอาศัยประวัติการรับประทานปลาดิบทะเลร่วมกับอาการผิดปกติที่กล่าวข้างต้น
และยืนยันการวินิจฉัยและรักษาโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร
หากพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้
แพทย์จะใช้กล้องส่องทางเดินอาหารคีบตัวพยาธิออก
เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ
มันจะเกาะติดแน่นกับกระเพาะอาหารและลำไส้
และระยะที่พบในทางเดินอาหารนั้นเป็นระยะตัวอ่อน
ซึ่งไม่ออกไข่ปนออกมากับอุจจาระ
ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิชนิดนี้ แต่จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น
โดยหัวหน้าทีมวิจัย โตชิโอะ ลิยาม่า พบว่า วาซาบิ
มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิชนิดนี้ได้ แต่รายละเอียด ขนาด
และปริมาณการใช้ฆ่าพยาธิยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา
รับประทานปลาดิบอย่างไรไม่เป็นพยาธิ ก่อนอื่นต้องแน่ใจว่า
ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้นเป็นปลาทะเล
เพราะบางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร
ทำให้เกิดโรคพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ หรือ พยาธิใบไม้ลำไส้
ซึ่งมีความรุนแรงเช่นเดียวกับการติดโรคพยาธิอะนิซาคิส ซิมเพลก
การแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส
อย่างน้อย 15
ชั่วโมง หรือ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส
อย่างน้อย 7 วัน หรือ ผ่านความร้อนมากกว่า
60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที
ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้
นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบแล้ว ยังพบแบคทีเรียบางชนิด และเชื้อไวรัสตับอักเสบเอในอาหารดิบด้วย
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขอนามัยและความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร
ดังนั้นถ้าคิดจะรับประทานปลาดิบ ควรดูให้แน่ใจก่อนว่าขั้นตอนการประกอบอาหาร
สะอาด ถูกหลักอนามัยหรือไม่
เพื่อให้เกิดความมั่นใจและเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อหลายชนิดจากปลาดิบ
โพสโดย
::
MR.HEALTH |